สนับแขนอัสนีบาตชิ้นนี้ เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ระดับดีที่ดีที่สุดเท่าที่เสิ่นอี้เคยเห็นมาจนถึงตอนนี้ รองจากสัมผัสแวมไพร์เท่านั้น นอกจากช่วยเพิ่มพลังโจมตีแล้ว ด้านอื่น ๆ ก็ถือว่าดีไม่น้อย
หน้าบากกล่าวว่า “สนับแขนอัสนีบาตชิ้นนี้ฉันได้มาจากโลกภารกิจระดับความยากขั้นหนึ่ง มันเคยช่วยฉันไว้มาก
น่าเสียดายที่มันเลื่อนขั้นไม่ได้ พลังโจมตีในตอนนี้เลยค่อนข้างต่ำไปหน่อย แต่สำหรับคุณที่อยู่ระดับความยากขั้นหนึ่ง น่าจะใช้ได้พอดี
แต่ฉันขายสนับแขนชิ้นนี้ให้คุณในราคา 3,000 แต้มโลหิตไม่ได้หรอก นี่เป็นไอเทมพิเศษ ถ้าคุณอยากได้ ฉันลดให้หน่อยก็ได้ 5,000 แต้มโลหิต”
เสิ่นอี้เข้าใจมานานแล้วว่า ของที่ไม่มีขายในร้านย่อมประเมินราคาโดยอิงราคามาตรฐานไม่ได้
แต่เมื่อได้ยินราคา 5,000 แต้มโลหิต เขาก็ยังส่ายหน้า
“ผมเพิ่งซื้อวิชามา ตอนนี้ยังเหลือแต้มโลหิตอยู่แปดพันกว่า ถึงสนับแขนอัสนีบาตจะไม่เลว แต่ค่าพละกำลังของผมมีแค่ 4 แถมยังไม่เคยเรียนความชำนาญการต่อสู้ด้วย
แค่จะทำให้มีคุณสมบัติสวมใส่ได้ ผมก็ต้องเสียแต้มโลหิตไปก้อนหนึ่งแล้ว ไหนจะต้องกันแต้มโลหิตส่วนหนึ่งไว้ก่อนเข้าภารกิจอีก เงินสำหรับอัปเกรดค่าสถานะแทบไม่เหลือเลย
ถ้าคุณลดราคาสนับแขนอัสนีบาตได้อีกหน่อย ผมก็อาจจะซื้อ”
คำพูดของเขาทำให้หน้าบากลังเลเล็กน้อย
พูดถึงเรื่องนี้ เขาพยายามขายสนับแขนอัสนีบาตมาพักใหญ่แล้ว แต่อุปกรณ์แบบนี้ค่อนข้างใช้งานไม่คุ้ม
ในโลกระดับความยากขั้นหนึ่ง มันเป็นของดี แต่พอขึ้นไปถึงขั้นสองก็เห็นได้ชัดว่าพลังไม่พอ
ทว่าคนที่อยู่ระดับความยากขั้นหนึ่งและซื้อสนับแขนแบบนี้ไหวกลับมีน้อยมาก
สำหรับนักผจญภัยระดับความยากขั้นหนึ่ง ผ่านภารกิจหนึ่งครั้ง อย่างมากก็เรียนวิชาได้หนึ่งวิชาและเพิ่มค่าสถานะได้ไม่กี่แต้ม
บางคนที่มีผลงานไม่ดีนัก อาจไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่วิชาเดียว
ตอนนี้ผู้มาใหม่คนนี้เห็นได้ชัดว่ามีฝีมือไม่น้อย ซื้อวิชาไปแล้วยังเหลือแต้มโลหิตอีกแปดพัน ในเขตคนจนทั้งเขตก็คงหาได้ไม่กี่คน
พลาดโอกาสนี้ไปก็ไม่มีอีกแล้ว หากจะรอให้ผู้มาใหม่ที่มีฝีมือเห็นว่าสนับแขนอัสนีบาตของเขาน่าสนใจอีกครั้ง ก็ไม่รู้ต้องรอถึงเมื่อไร