บทที่ 21 คุณค่าของเจ้าหมูอ้วน
ในที่สุดการบุกระลอกที่หกของกองทัพเยอรมันก็ถูกตีโต้กลับไป
ในการรบครั้งนี้ ความบ้าคลั่งของเสิ่นอี้ทำให้ทุกคนได้เปิดหูเปิดตากันอย่างแท้จริง
“แกมันบ้าไปแล้ว!” หงหลางชี้หน้าเสิ่นอี้แล้วด่า ก่อนจะส่ายหน้า “แต่ฉันชอบความบ้าของแกว่ะ”
เสิ่นอี้นอนแผ่อยู่บนกระสอบทราย ส่งเสียงครางฮึมฮัมสองสามครั้ง ราวกับไม่ใส่ใจคำพูดของหงหลางแม้แต่น้อย
จินกังกลับถามเขาว่า “อุปกรณ์กันกระสุนของนายเหลือเท่าไร?”
“สามครั้ง” เสิ่นอี้ตอบ
ความบ้าระห่ำเมื่อครู่ทำให้เขาถูกกระสุนไปเจ็ดแปดนัดในพริบตา เท่ากับตายไปเจ็ดแปดรอบรวด
จากนั้นเขาก็ยิ้มกริ่ม “เครื่องบินสทูกาหนึ่งลำมีค่าแต้มโลหิต 100 แต้ม”
“แม่งเอ๊ย!” หงหลางชกพื้นจนเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่
เวินโหรวผุดลุกขึ้นมาทันที “ปืนใหญ่ต่อต้านรถถังของนายยิงเครื่องบินได้ด้วยเหรอ?”
“ได้สิ แต่จรวดเหลือไม่มากแล้ว” เสิ่นอี้ยิ้มตอบ
เขาหยิกแก้มเวินโหรวเบา ๆ “ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นพวกงกเงิน พอได้ยินเรื่องแต้มโลหิตก็ฟื้นขึ้นมาทันที”
เวินโหรวถลึงตาใส่เสิ่นอี้อย่างกับจะฆ่าให้ตาย ก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “ขอบคุณที่ช่วยฉันเมื่อกี้นะ”
เมื่อเห็นเสิ่นอี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะเธอถูกยิง แล้วพุ่งออกไปสู้ตายกับเครื่องบินเยอรมัน เวินโหรวก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย
“ไม่เป็นไร” เสิ่นอี้ตอบ
จินกังกับหงหลางที่อยู่ข้าง ๆ พลันเงียบลงพร้อมกัน บรรยากาศรอบตัวสงัดจนน่าขนลุก
เวินโหรวประหลาดใจมาก เธอมองทั้งคู่แล้วพบว่าพวกเขากำลังจ้องหน้าอกของเธออยู่
พอก้มลงมอง ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
ที่แท้ตอนถูกยิง เสื้อผ้าของเวินโหรวมีรูกระสุนเพิ่มขึ้นมาหลายแห่ง หนึ่งในนั้นอยู่ใกล้หน้าอก ตอนนั้นสถานการณ์คับขัน
แน่นอนว่าไม่มีใครมีแก่ใจจะสนใจเรื่องนี้ แต่เมื่อการต่อสู้จบลง ทุกคนก็เริ่มคิดอะไรแผลง ๆ กันขึ้นมา พอเวินโหรวลุกขึ้นนั่งโดยไม่ทันสังเกต เสื้อผ้าที่ขาดเป็นรูเผยให้เห็นผิวเนื้อรำไร เจ้าสองคนนั้นเลยจ้องตาไม่กะพริบ
“พวกหื่นกาม!” เวินโหรวทั้งอายทั้งโกรธ รีบดึงเสื้อให้เข้าที่แล้วเตะเจ้าสองคนนั่นคนละที
หงหลางโดนเตะแล้วก็บ่นพึมพำ “ไอ้หมอนั่นยังคลำหน้าอกเธอเมื่อกี้เลย ทำไมไม่สั่งสอนมันบ้างล่ะ