ทั้งสองรอช่างติดตั้งโต๊ะเครื่องแป้งที่บ้านจนเสร็จ ก็เป็นเวลาหกโมงแล้ว
เฉิงจิงเป่ยจองที่นั่งไว้ที่ร้าน ‘หยวนช่าง’
ยามค่ำคืนมาเยือน แสงไฟสลัวประดับประดา บรรยากาศคลุมเครือค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่ว
หมู่ซิงเหยาเคี้ยวสลัดผักในปากอย่างไร้รสชาติ
เฉิงจิงเป่ยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหั่นสเต๊กเป็นชิ้นเล็ก ๆ ส่งให้หมู่ซิงเหยา แล้วสลับจานของเธอมาไว้ตรงหน้าเขา
หมู่ซิงเหยากวาดตามองไปรอบ ๆ ถึงเพิ่งรู้ว่าที่นี่เป็นร้านอาหารสำหรับคู่รัก
กลางร้านยังมีคนสวมชุดราตรีกำลังเล่นเปียโนอยู่ด้วย
เธอไม่เคยมาร้านนี้มาก่อน คงเป็นร้านที่รับเฉพาะสมาชิก
คนอย่างเธอที่มีเงินในกระเป๋าพอจ่ายค่าอาหารได้แค่ครั้งสองครั้ง ไม่เคยมาก็เป็นเรื่องปกติ
เฉิงจิงเป่ยมองหมู่ซิงเหยาที่นั่งเหม่ออยู่ฝั่งตรงข้าม “เป็นอะไรไป? รสชาติไม่ดีเหรอ?”
หมู่ซิงเหยาส่ายหน้า ใช้ส้อมจิ้มสเต๊กชิ้นหนึ่งเข้าปาก “อร่อยดีนะ”
บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเงินทอง จะไม่อร่อยได้ยังไง
หมู่ซิงเหยาเคยเห็นฉากแบบนี้แค่ในโทรทัศน์ คนจนที่จู่ ๆ ก็ร่ำรวยขึ้นมา แต่รสนิยมยังตามฐานะใหม่ไม่ทัน
เธอรู้สึกว่าตอนกินข้าวมีคนเล่นเปียโนอยู่ด้วยนี่เสียงดังรบกวนเหมือนกันนะ
ฮ่า ๆ
แต่เธอจะแสดงออกให้เฉิงจิงเป่ยเห็นไม่ได้
“เปียโนเล่นได้เพราะดีนะ” หมู่ซิงเหยาวางศอกบนโต๊ะ ใช้นิ้วเคาะหน้าผากเบา ๆ
“อืม”
เฉิงจิงเป่ยเห็นว่าเธอกินใกล้จะเสร็จแล้ว จึงยกมือเรียกพนักงานมาเก็บเงิน
หมู่ซิงเหยาเห็นเขาหยิบบัตรออกมา ก็รีบห้าม “คุณไม่ได้ให้บัตรเงินเดือนฉันมาแล้วเหรอ? ฉันจ่ายเอง”
หมู่ซิงเหยาก้มหน้าค้นกระเป๋า จึงไม่ทันเห็นสายตาแปลก ๆ ของพนักงาน
