ทั้งครอบครัวกินข้าวเสร็จ ก็ลูบท้องกลับบ้าน
หมู่ซิงเหยานั่งเบียดจ้าวหัวหรงอย่างสนิทสนม พูดจ้อไม่หยุด ส่วนหมู่หยวนจือนั่งดูข่าวท้องถิ่นอยู่ข้าง ๆ
หมู่ซิงเหยากำลังเล่าเรื่องสนุก ๆ ตอนถ่ายละครให้จ้าวหัวหรงฟัง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังมาจากโทรทัศน์
เธอหันไปมองทีวี
ในจอ เฉิงจิงเป่ยสวมสูทสีดำพอดีตัว กำลังให้สัมภาษณ์อยู่
หมู่ซิงเหยาก้มหน้าลงเล็กน้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจในที่สุด
“พ่อคะ...พ่อคิดยังไงกับเลขาธิการเฉิงคนนี้คะ”
หมู่หยวนจือมองลูกสาวอย่างประหลาดใจ เมื่อไหร่กันที่ลูกสาวเขาสนใจข่าวการเมืองขึ้นมา
แต่เขาก็ไม่ได้คิดมาก แค่คิดว่าลูกสาวเห็นอีกฝ่ายหน้าตาดี เลยเกิดนึกสนใจขึ้นมากะทันหัน
“เลขาธิการเฉิงคนนี้น่ะหรือ เป็นคนดีมาก ตั้งแต่เขามาอยู่เมืองหยุน จีดีพีของเมืองหยุนก็เพิ่มขึ้นไปมากทีเดียว”
“แถมเขายังดูแลงานด้านความเป็นอยู่ของประชาชนด้วย ช่วงก่อนที่บ้านเกิดเราเพิ่งจัดการคนกลุ่มหนึ่งที่มีทั้งรถทั้งบ้าน แต่ยังรับเงินช่วยเหลือคนยากจนอยู่ สะใจจริง ๆ”
พอหมู่หยวนจือพูดถึงเฉิงจิงเป่ย ดวงตาก็เป็นประกาย เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจเลขาธิการเฉิงคนนี้มาก
เมื่อได้ยินพ่อชื่นชมเฉิงจิงเป่ย หมู่ซิงเหยาก็อดรู้สึกภูมิใจไปกับเขาไม่ได้
เธอรีบฉวยจังหวะถามต่อ “ถ้าอย่างนั้น...ถ้าอย่างนั้นพ่อคิดว่าเขามาเป็น...เป็นลูกเขยของพ่อกับแม่ได้ไหมคะ”
พูดจบ หมู่ซิงเหยาก็แอบเงยหน้ามองปฏิกิริยาของพ่อแม่
“ฮ่า ๆ ๆ ตาเฒ่าหมู่ ลูกสาวคุณพูดอะไรเหลวไหลหรือเปล่าเนี่ย”
