เช้าวันรุ่งขึ้น
หมู่ซิงเหยาเปิดประตูห้องออกมา บนโต๊ะอาหารมีเซี่ยวหลงเปาจากร้านโปรดของเธอวางอยู่ ยังอุ่น ๆ อยู่เลย
คอจุกจนพูดไม่ออก “แม่~”
จ้าวหัวหรงเดินออกมาจากครัว พยักพเยิดไปทางคนที่กำลัง ‘ตั้งอกตั้งใจ’ อ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา “พ่อแกบอกตั้งแต่เช้าว่าอยากกินซาลาเปา เลยตั้งใจตื่นตั้งแต่หกโมงไปซื้อมาให้”
หมู่ซิงเหยายิ้มให้จ้าวหัวหรง ก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังโซฟา คล้องแขนรอบคอหมู่หยวนจือ แล้วพิงศีรษะลงบนไหล่ข้างหนึ่งของเขา
“พ่อ หนูรู้อยู่แล้วว่าพ่อรักหนูที่สุด”
“ไป ๆ ๆ ใครรักแกที่สุดกัน พ่อแค่อยากกินซาลาเปาเองไม่ได้หรือไง?”
หมู่หยวนจือเอื้อมมือไปจับแขนหมู่ซิงเหยา พยายามดึงเธอออก แต่ดิ้นรนอยู่ตั้งนาน ศีรษะของเธอก็ยังพาดอยู่บนไหล่เขาเหมือนเดิม
“พ่อ หนูรู้แล้วว่าผิด ต่อไปหนูจะไม่ปิดบังอะไรพ่อกับแม่อีกเด็ดขาด” หมู่ซิงเหยายกสามนิ้วขึ้นสาบาน สีหน้าจริงจังเป็นมั่นเป็นเหมาะ
“หนูรับรองว่ารักพ่อกับแม่ที่สุดเลย~”
หมู่หยวนจือทนลูกสาวออดอ้อนไม่ไหว จึงออกแรงดึงแขนเธอออก “ปล่อย พ่อต้องไปทำงานแล้ว จะสายแล้ว!”
พูดจบก็หยิบเอกสารประกอบการสอนที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วรีบออกจากบ้านไป
หมู่ซิงเหยารอจนหมู่หยวนจือออกจากบ้านแล้ว ก็ยิ้มแฉ่งเข้าไปคลอเคลียข้างกายจ้าวหัวหรง “แม่~”
จ้าวหัวหรงยื่นตะเกียบให้หมู่ซิงเหยา “กินสิ อุ่นมาตั้งหลายรอบแล้ว”
หมู่ซิงเหยาคีบเซี่ยวหลงเปาลูกหนึ่งยื่นไปจ่อปากจ้าวหัวหรง “แม่ก็กินด้วยสิ”
