“แต่งงานกับฉันเถอะ”
ชั่วขณะนั้น เสียงอึกทึกโดยรอบราวกับถูกกดปุ่มหยุดเอาไว้
หมู่ซิงเหยาหันกลับมา
“นายพูดว่าอะไรนะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจและสับสน
เฉิงจิงเป่ยก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลง
“ฉันคิดว่าเธอได้ยินแล้ว”
หมู่ซิงเหยาสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจของชายหนุ่มขณะพูด
สัญชาตญาณบอกให้ถอยหนี
แต่แขนแกร่งที่โอบอยู่รอบเอวกลับขวางทางถอยของเธอไว้
ระยะห่างใกล้ชิดกว่าเมื่อครู่
หมู่ซิงเหยาออกแรงเล็กน้อย เสียงผ้าเสียดสีกันดังขึ้น
เธอจึงเลิกดิ้นรนเสียเลย
เงยหน้าขึ้นสบตาเฉิงจิงเป่ยเป็นครั้งแรก
สายตาทั้งคู่ประสานกัน
แสงเงาพาดผ่านดวงตาของเฉิงจิงเป่ย อากาศดูเหมือนจะแห้งผากขึ้นมา
“ฉันต้องการภรรยาสักคน”
“พ่อแม่ของฉันจะได้สบายใจ อีกทั้งยังเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของฉัน”
หมู่ซิงเหยาถอยหลังไปครึ่งก้าว คราวนี้ไม่มีอะไรมาขวาง
“ทำไม...ต้องเป็นฉัน”
เฉิงจิงเป่ยรู้สึกถึงความว่างเปล่าในอ้อมแขน จึงเงียบไปครู่หนึ่ง
“เธอเหมาะมาก”
“เพราะงานของฉัน ฉันจึงไม่อาจอยู่เคียงข้างคนรักได้บ่อย ๆ”
“งานของเธอก็เหมือนกันพอดี”
“ก่อนหน้านี้เธอไปดูตัว ก็คงเป็นเพราะพ่อแม่หวังให้เธอแต่งงานและลงหลักปักฐานโดยเร็วใช่ไหม”
“แต่งงานกับฉันเป็นประโยชน์กับเราทั้งคู่”
หัวใจที่ตึงเครียดของหมู่ซิงเหยาพลันสงบลง
ความรู้สึกหลากหลายปะปนอยู่ในใจ เธออดเยาะเย้ยความคาดหวังเล็กน้อยที่เพิ่งผุดขึ้นมาเมื่อครู่ไม่ได้
