หากเซี่ยเจาฝานไม่เคยประจักษ์กับ “ความสามารถ” ของเขาด้วยตนเอง เกรงว่าคงถูกเครื่องแต่งกายชุดนี้หลอกเอาได้จริง ๆ
มิน่าเล่าเจ้าหมอนี่ถึงได้รุ่งเรืองในศาลเจ้าหลักเมือง แค่รูปลักษณ์กับความเป็นมืออาชีพเช่นนี้ เงินห้าตำลึงก็ทำให้คนควักกระเป๋าให้อย่างเต็มใจได้ไม่ยาก
แต่เจ้านี่ก็อึดไม่น้อย คราวก่อนถูกองครักษ์ของอ๋องฉินซ้อมเสียยับเยิน ไม่นานก็กลับมาประกอบอาชีพเดิมอีกแล้ว
นักพรตหม่ากับพวกก็สังเกตเห็นเซี่ยเจาฝานและเผยเส้าหวายที่ปากตรอกเช่นกัน
แต่ตอนนี้เซี่ยเจาฝานสวมชุดบุรุษ ทั้งยังไม่ได้สวมหมวกคลุมหน้าใบเดิมเหมือนคราวก่อน เครื่องแต่งกายต่างจากตอนอยู่ที่ศาลเจ้าหลักเมืองโดยสิ้นเชิง ประกอบกับตรอกมืดสลัว เขาจึงจำไม่ได้
เขาคิดเพียงว่าทั้งสองเป็นคุณชายตระกูลร่ำรวยที่มาดูเรื่องสนุก
เมื่อพวกเจ้าหน้าที่เห็นคนจากที่ว่าการจิงจ้าวมาถึง ก็รีบหลีกทางให้
นักพรตหม่าพาเด็กชายรับใช้เต๋าตามหลังมือปราบ ทุกคนเร่งฝีเท้าเข้าไปในตรอกพร้อมกัน
เซี่ยเจาฝานมองภาพนั้นแล้วดวงตาก็เป็นประกายขึ้นทันที
เดิมทีนางกำลังคิดอยู่ว่าจะพาเผยเส้าหวายเหาะเข้าไปดีหรือไม่ คิดไม่ถึงว่าพออยากงีบก็มีคนยื่นหมอนมาให้ถึงที่
“แบบนี้ก็เข้าไปได้แล้วมิใช่หรือ?”
นางเลิกคิ้วให้เผยเส้าหวาย
“หากท่านกลัว ก็กลับไปก่อนเถิด”
พูดจบ นางก็เดินตามเข้าไปอย่างไม่ลังเล มีเรื่องสนุกให้ดูฟรี มือฉมังด้านการดูเรื่องชาวบ้านอย่างนางจะพลาดได้อย่างไร?
โดยเฉพาะนักพรตหม่าผู้นี้ คราวก่อนนางถูกเขาหลอกเงินไปตั้งห้าตำลึง
