เหล่ามือปราบจากที่ว่าการจิงจ้าวเห็นนักพรตหม่าตั้งท่าประกอบพิธี มือหนึ่งหยิบศาสตราวิเศษออกมาทีละชิ้น ปากก็พึมพำร่ายคาถาไม่หยุด ท่าทางลึกลับยากหยั่งถึงเช่นนั้นทำให้ทุกคนพลอยใจชื้นขึ้นมา
ความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นเพราะข่าวลือประหลาดเกี่ยวกับเรือนหลังนี้ บรรเทาลงเล็กน้อย
หัวหน้ามือปราบเฉียนซึ่งนำขบวนมาถึงกับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็พบผู้มีความสามารถเสียที
หลายวันมานี้ จางเอ้อร์หนิวกับคนอื่น ๆ ประสบเหตุร้ายต่อเนื่อง ที่ว่าการจิงจ้าวส่งคนมาสืบดูหลายชุดแล้ว แต่ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้
ถึงขั้นมีมือปราบใจกล้าสองคนเข้าไปตรวจสอบ พอกลับมาก็ไข้สูงไม่ยอมลด เอาแต่พูดจาเพ้อเจ้อ ผ่านไปไม่กี่วันก็สิ้นใจอย่างไร้สาเหตุ ทำเอาคนอื่น ๆ กลัวจนไม่อยากแม้แต่จะเข้าใกล้ตรอกนี้
หากปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อต่อไป หรือถึงขั้นลุกลามออกไปจนคนทั้งเมืองรู้กันทั่ว หัวหน้ามือปราบอย่างเขาคงเป็นคนแรกที่ใต้เท้าผู้ว่าการเรียกไปตำหนิ
ยามนี้นักพรตหม่าทำท่ามั่นอกมั่นใจ ดูอย่างไรก็เหมือนผู้มีฝีมือจริง
หวังเพียงว่าครั้งนี้จะไม่เกิดเหตุผิดพลาดขึ้นอีก
นักพรตหม่าไม่รู้เลยว่าหัวหน้ามือปราบเฉียนฝากชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมดไว้กับตนแล้ว เขารีบตั้งแท่นพิธีอย่างง่ายขึ้นกลางลานบ้าน
ปูผ้าสีเหลืองบนโต๊ะ วางกระถางธูปไว้ตรงกลาง ธูปยาวสามดอกส่งควันลอยอ้อยอิ่ง ข้างกันมีทั้งกระบี่ไม้ท้อ กระดิ่งทองแดง เข็มทิศยันต์ เครื่องราง และโคมทองแดงเก่าแก่ดวงหนึ่ง กระทั่งยังจงใจวางเหรียญทองแดงไว้หลายเหรียญ ไม่รู้ว่าใช้ทำสิ่งใด
