ยามราตรีมาเยือน
เซี่ยเจาฝานยังคงย่อตัวอยู่ข้างกำแพงเรือนของตน กินเผือกตามเคย
หลังจากเฝ้าสังเกตอยู่พักใหญ่ นางก็พอจะจับทางเวลาออกไปข้างนอกยามค่ำคืนของเซี่ยจิ่นอี๋ได้แล้ว ไม่นานนัก เสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาก็ดังมาจากเรือนข้าง ๆ อย่างที่คาดไว้
เซี่ยเจาฝานพลันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
มาแล้ว
นางแอบชะโงกหน้าออกไป แล้วก็เห็นบุรุษลึกลับผู้นั้นมาปรากฏตัวในเรือนของเซี่ยจิ่นอี๋จริง ๆ
จากที่สังเกตอย่างละเอียด ดูเหมือนเซี่ยจิ่นอี๋จะใช้วิหคประหลาดตัวหนึ่งส่งข่าวกับท่านอ๋องผู้นั้น เมื่อโสมวิญญาณถูกขโมย นางก็แจ้งอีกฝ่ายเป็นคนแรก
เพราะมีระบบช่วยเสริม สายตา การได้ยิน และแม้แต่ประสาทสัมผัสของเซี่ยเจาฝานจึงเหนือกว่าคนทั่วไปมาก มิฉะนั้น ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ก็ใช่ว่าจะสัมผัสกลิ่นกำยานในห้องของเซี่ยจิ่นอี๋ได้ ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาเลย
เพราะเช่นนี้นางจึงกินเผือกได้สะดวกเป็นพิเศษ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเข้าไปใกล้ แค่นอนหมอบอยู่ข้างกำแพงเรือนตัวเองก็ได้ยินบทสนทนาของพวกนางอย่างชัดเจนแล้ว
“จิ่นอี๋ โสมวิญญาณต้นเดียวเท่านั้น เจ้าไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ”
เสียงของท่านอ๋องทุ้มต่ำ ไพเราะ และแฝงแววปลอบประโลมอยู่หลายส่วน
“ข้าจะให้คนไปหาให้เจ้าใหม่ก็แล้วกัน”
เซี่ยจิ่นอี๋ส่ายหน้า “โสมวิญญาณร้อยปีเป็นสมบัติล้ำค่าจากฟ้าดินที่หาได้ยาก จะพูดว่าหาแล้วก็หาได้อย่างไร”
“เรื่องโสมวิญญาณค่อยว่ากัน แต่ในจวนอัครเสนาบดีกลับมีคนลอบเข้าห้องเจ้าได้โดยไร้สุ้มเสียง เรื่องนี้ต้องระวังให้ดี”
น้ำเสียงของบุรุษเคร่งขรึมขึ้นทีละน้อย
