ขณะนั้น อ๋องฉินซึ่งอยู่กลางลานกว้างก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวตรงประตูวัดในที่สุด
เมื่อเห็นร่างคุ้นตานั้น คิ้วของเขาพลันขมวดเล็กน้อย
เด็กน้อยคนนี้...เหตุใดถึงชอบวิ่งเตลิดไปทั่วทั้งวัน?
เป็นถึงคุณหนูจวนอัครมหาเสนาบดีแท้ ๆ กลับสวมชุดบุรุษมาถึงวัด แถมยังพกป้ายคำสั่งของเขาไปอวดเบ่งทั่วอีก
เซี่ยฉงซานสั่งสอนบุตรสาวอย่างไรกันแน่?
ระหว่างที่อ๋องฉินกำลังครุ่นคิด สายตาของเขาก็เผลอหยุดอยู่บนตัวเซี่ยเจาฝานนานขึ้นชั่วขณะ
เพียงเสี้ยววินาทีที่ใจลอยไปนั้น มือธนูหญิงซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ลงมือ
สายธนูสั่นสะเทือนดังฉับพลัน
เมื่ออ๋องฉินได้ยินเสียง ลูกธนูก็พุ่งแหวกอากาศมาถึงแล้ว รูม่านตาของเขาหดเล็กลง ร่างกายเบี่ยงหลบไปด้านข้างแทบจะเป็นสัญชาตญาณ พร้อมยกดาบยาวขึ้นขวาง
“เคร้ง!”
ลูกธนูพุ่งกระแทกสันดาบอย่างรุนแรง
พลังอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกในชั่วพริบตา แผ่นหินใต้เท้าอ๋องฉินแตกร้าวต่อเนื่อง ร่างทั้งร่างถูกแรงกระแทกซัดให้ถอยหลังไปหลายก้าวอย่างไม่อาจต้านทาน
สีหน้าขององครักษ์เกราะดำรอบข้างพลันเปลี่ยนไป เซี่ยเจาฝานเองก็เก็บรอยยิ้มบนใบหน้า
มือธนูหญิงคนนี้...ฝีมือยิงธนูยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!
“ท่านอ๋องฉินมั่นใจในตนเองเกินไปหรือไม่?”
มือธนูหญิงเอ่ยเสียงเย็นชา ทว่าสายตากลับเหลือบมองเซี่ยเจาฝานตรงประตูวัดอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ในเวลาเช่นนี้ยังมีเวลามองสาวงามข้างกายอีกหรือ?”
ประสาทสัมผัสของนางเฉียบคมเพียงใด ย่อมสังเกตเห็นเซี่ยเจาฝานตั้งแต่แรกแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หญิงสาววัยเยาว์ที่สวมชุดบุรุษกลับมีป้ายคำสั่งชั้นสูงของจวนอ๋องฉินติดตัว ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นคนธรรมดา
