หากครั้งนี้ลัทธิอิมหมิงไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ ถึงขั้นพัวพันกับเหตุการณ์สะเทือนฟ้าดินอย่างพิธีบูชายัญโลหิตทั่วแคว้นต้าจโจว เกรงว่าผู้บำเพ็ญระดับสูงอย่างฉินหย่วนคงไม่มีทางปรากฏตัวที่นี่
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ในใจเซี่ยเจาฝานพลันรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้นางยังคิดว่าตนได้พบวาสนาอันยิ่งใหญ่เข้าแล้ว ใครจะรู้ว่าที่แท้เป็นเพราะสำนักเซียนในโลกนี้ไม่เคยใส่ใจสถานที่แห่งนี้
ห่วงโซ่แห่งการดูแคลนในโลกบำเพ็ญเซียน ช่างมีอยู่ทุกหนแห่งจริง ๆ
แต่ไม่นานนางก็ทำใจได้ แดนสิ้นวิถีแล้วอย่างไรเล่า?
อย่างน้อยตอนนี้นางก็ได้แตะประตูสู่โลกบำเพ็ญเซียนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังมีระบบ ขอเพียงมีแต้มคุณสมบัติมากพอ ต่อให้มีรากวิญญาณห้าธาตุแล้วอย่างไร?
เซี่ยเจาฝานไม่เชื่อหรอกว่าตนจะติดอยู่ในขั้นหลอมปราณไปตลอด
หลังจากดูความครึกครื้นที่จุดตรวจรากวิญญาณอยู่สองวัน นางก็ค่อย ๆ หมดความสนใจ
การดูคนอื่นเข้าแถวตรวจรากวิญญาณนั้น ตอนแรกก็รู้สึกแปลกใหม่ดีอยู่หรอก แต่พอดูต่อเนื่องไปหลายร้อยคน สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงคำตอบซ้ำ ๆ ว่า “ไม่มีรากวิญญาณ”
ไม่มีอะไรน่าดูจริง ๆ ยามนี้นางกับเซี่ยจิ่นอี๋ต่างก็ถูกสำนักชิงเสวียนรับเข้าเป็นศิษย์ สถานะของทั้งคู่จึงเปลี่ยนไปอย่างละเอียดอ่อนยิ่ง
โดยเฉพาะหลังผ่านศึกใหญ่ครั้งนั้น สายตาของผู้คนทั่วเมืองหลวงที่มองพวกนางสองพี่น้องก็เปลี่ยนไป
ทั้งหวาดเกรง อิจฉา เลื่อมใส และใคร่รู้ อารมณ์หลากหลายปะปนกัน
แม้แต่ราชสำนักก็ยังมอบรางวัลล้ำค่ามหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งยังแต่งตั้งยศองค์หญิงให้พี่น้องทั้งสองคนเป็นกรณีพิเศษ
