“พวกเราอยากหยุด แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งเลยเจ้าค่ะ”
“เดินไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าเดินนานเท่าไร รอบด้านมีแต่ภูเขารกร้าง ท้องฟ้าก็หม่นเทาอยู่ตลอด”
ชุนซิ่งกล่าวต่อว่า “พวกเรายังเห็นชายคนนั้นด้วยเจ้าค่ะ บางครั้งเขาก็เดินอยู่ข้างหน้า บางครั้งก็พลันมาปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ แต่ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใด พวกเราก็ไม่กล้าพูด”
“แม้แต่จะร้องเรียกก็ยังทำไม่ได้”
“บ่าวถึงกับไม่รู้สึกเลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร และไม่รู้ว่าตัวเองเดินไปไกลแค่ไหน ราวกับว่า...ชาตินี้คงทำได้เพียงเดินตามเขาไปเช่นนี้”
เมื่อพูดถึงตอนท้าย แววตาของสาวใช้ตัวน้อยทั้งสองก็ฉายชัดถึงความหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ
เซี่ยเจาฝานฟังแล้วขนลุกซู่ อดสูดลมหายใจเย็นเยียบไม่ได้
นี่มันเรื่องอะไรกัน? ซีรีส์สยองขวัญต่อเนื่องหรือไง?
เมื่อวานเพิ่งเจอกันครั้งแรก วันนี้ก็เข้าสู่พล็อตวนลูปไม่รู้จบแล้วเหรอ?
ในที่สุดเซี่ยเจาฝานก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมสาวใช้ตัวน้อยทั้งสองถึงมีสภาพเช่นนี้ หากถูกลากเข้าไปในฝันประหลาดเช่นนี้ทุกคืน ไม่ว่าใครก็คงทนไม่ไหว
เซี่ยเจาฝานเองก็เริ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมา
ชาติก่อนนางเคยดูหนังสยองขวัญมาไม่น้อย แถมยังเป็นพวกยิ่งกลัวก็ยิ่งชอบดู พอถึงฉากสำคัญกลับปิดตาแน่นเสียอย่างนั้น แต่ถึงอย่างไรเรื่องพวกนั้นก็เป็นแค่ของปลอม
ผีในหนังจะดุร้ายแค่ไหน ก็ปรากฏตัวได้แค่ในจอเท่านั้น
แต่โลกใบนี้ไม่เหมือนกัน
เมื่อวานซืนนี้นางเพิ่งยืนยันได้ว่าโลกใบนี้มีศาสตราวิเศษอยู่จริง ทั้งยังอาจมีผู้บำเพ็ญเซียนด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้น ปีศาจ มาร และผีสางก็ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อ
