เซี่ยเจาฝานรับเทียบยามา รอยยิ้มพลันสดใสยิ่งกว่าเดิม
“พี่หญิง เก่งกาจเหลือเกิน มีพี่อยู่ข้างกาย ต่อไปข้าก็ไม่ต้องกลัวเจ็บป่วยแล้ว”
เซี่ยจิ่นอี๋เหลือบมองนาง ก่อนกล่าวเสียงเรียบ “ไม่เจ็บป่วยย่อมดีที่สุด”
“……”
เซี่ยเจาฝานถึงกับพูดไม่ออก พี่หญิงคนนี้ช่างจริงจังเสียเหลือเกิน
ขณะที่กำลังจะเอ่ยลา สายตาพลันไปหยุดอยู่ที่เซียงหลิงซึ่งยืนอยู่ด้านข้าง
คิ้วเรียวเลิกขึ้นน้อย ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น เซียงหลิงดูคล้ายมีบางอย่างผิดปกติ
ใต้ตาคล้ำจาง ๆ ทว่าดูอ่อนเพลียกว่าปกติไม่น้อย ใบหน้าก็ซีดเซียว โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ราวกับเมื่อคืนแทบไม่ได้นอน
หัวใจเซี่ยเจาฝานกระตุกวูบ
อย่าบอกนะว่า…
นางแสร้งถามราวกับเอ่ยขึ้นลอย ๆ “พี่หญิง เซียงหลิงของท่านไม่สบายหรือเปล่า? ข้ารู้สึกว่านางดูไม่ค่อยมีแรง”
เซี่ยจิ่นอี๋ฟังแล้วไม่ได้แปลกใจนัก นางพยักหน้า
“ข้าสังเกตเห็นตั้งแต่เช้าแล้ว ทั้งยังตรวจชีพจรให้นางด้วย ไม่ได้เป็นอะไรมาก คงแค่เมื่อคืนพักผ่อนไม่พอ”
“อย่างนั้นหรือ”
เซี่ยเจาฝานพยักหน้าครุ่นคิด แต่น้ำเสียงกลับฟังดูคล้ายเตือนอย่างไม่ใส่ใจ
“ถึงอย่างนั้นก็ต้องระวังให้มากหน่อยนะ สาวใช้สองคนของข้าก็พักผ่อนไม่พอเมื่อหลายวันก่อน ต่อมาก็ฝันร้ายติดกันหลายคืน กว่าจะกลายเป็นสภาพอย่างตอนนี้”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนไปชั่วขณะ
เซียงหลิงชะงักมือ นางเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว มองไปทางชุนซิ่งและเซี่ยเหอ ขณะที่ทั้งสองก็หันมามองนางพร้อมกัน
