ตอนนี้สิ่งเดียวที่ฮูหยินเสิ่นคิดก็คือ ต่อไปอย่าได้มีเรื่องเกี่ยวข้องกับอ๋องฉินอีกเลยจะดีที่สุด
บุรุษผู้นี้มีอำนาจล้นฟ้า ทั้งยังเด็ดขาดในการสังหาร มองอย่างไรก็ไม่ใช่คนที่เข้าหาได้ง่าย
เมื่อเหล่านักฆ่าล่าถอย บ่าวไพร่ของจวนอัครมหาเสนาบดีที่แตกกระเจิงหนีไปแต่แรกก็ทยอยกลับมา
ทุกคนต่างเร่งตรวจนับจำนวนคน ตรวจดูรถม้าและข้าวของ เคราะห์ดีที่ไม่มีความเสียหายร้ายแรง มีเพียงบ่าวไม่กี่คนที่พลัดล้มจนขาเจ็บระหว่างหลบหนี
ส่วนเหล่านักฆ่าเหล่านั้น น่าจะเป็นฝ่ายธรรมะในยุทธภพ
มิฉะนั้น หากพวกเขาฆ่าฟันอย่างไม่เกรงใจในความชุลมุนเมื่อครู่ บ่าวไพร่ส่วนใหญ่คงได้รับบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิตไปแล้ว
ที่พวกเขาบุกโจมตีรถม้าในตอนนี้ อาจเป็นเพราะเข้าใจผิดว่าญาติของอ๋องฉินอยู่ข้างใน จึงคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้อ๋องฉินยอมจำนน
ผู้ที่บาดเจ็บหนักที่สุดคือองครักษ์ประจำจวนอ๋อง หลายคนบาดเจ็บสาหัสจนต้องให้สหายร่วมงานทำเปลหามกลับไป
เซี่ยเจาฝานมองภาพเหล่านี้แล้วอดคิดไม่ได้ว่าโลกใบนี้ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี พวกนางแค่ไปจุดธูปที่วัดเท่านั้น แต่กลับเจอการลอบสังหารจากยุทธภพเข้าได้
จู่ ๆ ก็คิดถึงช่วงเวลาแสนสุขบนดาวครามขึ้นมา ตอนนั้นปลอดภัยและเป็นอิสระ แม้ยามดึกก็ยังออกไปเดินเล่นหาของกินได้
เมื่อเรื่องคลี่คลายแล้ว ขบวนรถม้าก็จัดกระบวนกันใหม่อย่างรวดเร็ว ก่อนมุ่งหน้าไปทางเมืองหลวงต่อ
คราวนี้อ๋องฉินไม่ถามความเห็นฮูหยินเสิ่นอีก เพียงสั่งองครักษ์ของตนให้ติดตามประกบสองข้างขบวนรถม้าของจวนอัครมหาเสนาบดี
