เผยเส้าหวายพูดจาฟังดูมีเหตุผลชอบธรรม ทว่าในใจกลับคิดว่า ขอเพียงเซี่ยเจาฝานพยักหน้า เขาก็พร้อมพานางหนีไปทันที
เซี่ยเจาฝานไหนเลยจะมองความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาไม่ออก นางจึงปรายตามองอย่างหงุดหงิด
“ไม่จำเป็น แค่สิ่งชั่วร้ายกระจอก ๆ จัดการได้ง่ายดาย”
ทันทีที่นางพูดจบ ประตูเรือนที่ปิดสนิทอยู่ก็ส่งเสียงดังสนั่นสะเทือนแก้วหูขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ครืน!”
บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าสองบานราวกับถูกมือยักษ์ไร้รูปร่างผลักกระแทกออกอย่างแรง เศษไม้ผุพังปลิวว่อน ประตูพุ่งชนกำแพงทั้งสองข้าง ขณะเดียวกัน ไอหยินหนาทึบจนแทบสลายไม่ออกก็ทะลักมาจากส่วนลึกของลานเรือน
ลมเย็นยะเยือกพัดพากลิ่นอับเน่าเข้าปะทะใบหน้า แม้แต่ฝุ่นบนพื้นยังถูกหอบฟุ้งขึ้นมา
เถาวัลย์แห้งเหี่ยวรอบกำแพงเรือนขยับไหวเองทั้งที่ไร้ลม เสียดสีกันดังซ่า ๆ ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากส่วนลึกของความมืด
พลังวิญญาณในกายเซี่ยเจาฝานโคจรขึ้นเอง แสงวิญญาณจาง ๆ วาบผ่านผิวกาย ไอเย็นเยียบเพิ่งเข้าใกล้นางก็ถูกพลังไร้รูปร่างสกัดไว้ด้านนอก
แต่เผยเส้าหวายกลับไม่ได้โชคดีเช่นนั้น
ทันทีที่ลมเย็นพัดปะทะใบหน้า เขาก็รู้สึกเลือดทั่วร่างราวกับกำลังจะแข็งตัว ความหนาวเหน็บแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นไปถึงแผ่นหลัง ฟันกระทบกันเบา ๆ อย่างห้ามไม่อยู่
ความคิดที่จะเผ่นหนีซึ่งเขาเพิ่งข่มเอาไว้เมื่อครู่ บัดนี้ดังก้องขึ้นกว่าเดิม
