“เพียะ!”
เสียงตบหน้าดังกังวานขึ้นกลางลานอันเงียบสงัด
เซี่ยเจาฝานรู้สึกแสบร้อนที่แก้มซีกหนึ่ง ร่างทั้งร่างเซถอยไปสองก้าวเพราะฝ่ามือนั้น เกือบจะหงายหลังตกลงไปในทะเลสาบด้านหลังอีกครั้ง
นางยกมือขึ้นกุมแก้มโดยไม่รู้ตัว ทว่าในหัวกลับว่างเปล่าไปหมด
เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้ฉันเพิ่งโต้รุ่งแก้แผนงานเสร็จ แล้วนอนหลับอยู่ในห้องเช่าไม่ใช่เหรอ?
ทำไมพอลืมตาขึ้นมาก็โดนตบล่ะ?
แล้วก็... ทำไมคนถึงมามุงฉันเต็มไปหมด?
เซี่ยเจาฝานค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
เบื้องหน้าเป็นลานเรือนที่ตกแต่งอย่างประณีตในแบบโบราณ พื้นปูด้วยศิลาหินเขียว หลังคาเชิดงอน ชายคาประดับโคมหลวงงดงามหลายดวง รอบด้านมีสาวใช้และหญิงรับใช้สูงวัยในชุดโบราณยืนอยู่เต็มไปหมด
ชายวัยกลางคนที่ยืนตรงหน้ายิ่งทำให้หัวใจนางดิ่งวูบ
เขาสวมชุดขุนนางสีม่วง ใบหน้าเคร่งขรึม อำนาจกดดันจากการครองตำแหน่งสูงมานานแผ่ซ่านระหว่างคิ้ว บัดนี้กำลังจ้องนางด้วยโทสะเดือดดาล
“เซี่ยเจาฝาน เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?”
เสียงชายผู้นั้นทุ้มต่ำ เจือเพลิงโทสะที่แทบสะกดไว้ไม่อยู่
“นางเพิ่งกลับเข้าจวน เจ้ายังหาเรื่องนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้ถึงกับผลักนางตกน้ำ เจ้ายังคิดจะทำอะไรอีก?”
เซี่ยเจาฝานอ้าปากค้าง
“ข้า...”
นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
แต่ในชั่วพริบตานั้นเอง ความทรงจำมหาศาลสายหนึ่งก็ทะลักเข้าสู่สมองโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
ราชวงศ์ต้าโจว เมืองหลวง จวนมหาเสนาบดี
ตัวตนในตอนนี้ของนางคือคุณหนูรองแห่งจวนมหาเสนาบดี
เซี่ยเจาฝาน อายุ 15 ปี
ส่วนชายตรงหน้าคือบิดาในนามของนาง เซี่ยฉงซาน มหาเสนาบดีแห่งราชสำนัก
หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สวมอาภรณ์หรูหรา ดวงตาแดงก่ำ คือมารดาของนาง สกุลเสิ่น
ลมหายใจของเซี่ยเจาฝานเริ่มถี่กระชั้น เพราะความทรงจำนั้นบอกความจริงอันเหลวไหลยิ่งกว่าว่า
นางไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของจวนมหาเสนาบดี แต่นางเป็นตัวปลอม!
เมื่อ 15 ปีก่อน มีทารกหญิงคนหนึ่งถือกำเนิดในจวน สกุลเสิ่นอ่อนแอจากการคลอดยาก แม่นมจึงแอบสับเปลี่ยนทารก
นับแต่นั้น คุณหนูใหญ่ตัวจริงแห่งจวนมหาเสนาบดีก็พลัดพรากไปอยู่ข้างนอก ส่วนนางกลับถูกเลี้ยงดูในฐานะบุตรสาวแท้ ๆ มานาน 15 ปี
เมื่อราวหนึ่งเดือนก่อน เซี่ยจิ่นอี๋ คุณหนูใหญ่ตัวจริง ในที่สุดก็ถูกตามตัวกลับมา
เพื่อรักษาหน้าตาของจวนมหาเสนาบดี คนในจวนจึงประกาศแก่คนนอกว่าเซี่ยจิ่นอี๋เป็นพี่สาวฝาแฝดที่ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก และต้องไปรักษาตัวอยู่ข้างนอกมาโดยตลอด
แต่ความจริงแล้ว... นางต่างหากที่เป็นคุณหนูตัวปลอม ผู้ครอบครองรังนกกางเขนมานาน 15 ปี
เซี่ยเจาฝานรู้สึกเหมือนสมองดังหึ่ง นี่ฉันทะลุมิติมาเป็นตัวร้ายหญิงหรือเนี่ย? แถมเป็นประเภทที่เปิดฉากมาก็ล่วงเกินคนไปทั่วแล้วด้วย?
นางยังไม่ทันทำใจยอมรับเรื่องนี้ เสียงอ่อนโยนก็ดังมาจากข้าง ๆ
“ท่านพ่อ อย่าตำหนิน้องหญิงอีกเลยเจ้าค่ะ”
เซี่ยเจาฝานเงยหน้ามอง เห็นเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ระเบียง
นางสวมกระโปรงยาวสีขาวนวล ผมดำขลับทอดลงบนไหล่ ผิวขาวผ่อง ใบหน้าประณีตงดงามจนแทบหาที่ติไม่ได้
เพิ่งตกน้ำมา ใบหน้าจึงยังซีดเซียวอยู่บ้าง แต่กลับยิ่งขับให้ดูน่าสงสารจับใจ
ต่อให้ไม่มีความทรงจำของร่างเดิม เซี่ยเจาฝานก็จำได้
เซี่ยจิ่นอี๋! คุณหนูใหญ่ตัวจริงแห่งจวนมหาเสนาบดี!
และยังเป็นคนที่ร่างเดิมริษยาและคอยหาเรื่องมากที่สุดตลอดช่วงที่ผ่านมา
“น้องหญิงนางแค่...”
เซี่ยจิ่นอี๋เม้มริมฝีปากเบา ๆ ก่อนกล่าวเสียงอ่อนโยนว่า “แค่รู้สึกไม่สบายใจไปบ้างชั่วขณะ จึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ น้องหญิงคงไม่ได้ตั้งใจทำร้ายข้าจริง ๆ หรอกเจ้าค่ะ”
คำพูดนั้นฟังดูอ่อนโยนและเอื้ออาทร แต่เซี่ยเจาฝานกลับฟังแล้วขนลุกซู่
เพราะนางรู้จากความทรงจำของร่างเดิมแล้วว่าเซี่ยจิ่นอี๋ไม่ได้พูดปด นางคิดเช่นนั้นจริง ๆ ต่อให้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจากสิ่งที่ร่างเดิมทำก่อนหน้านี้ ก็ไม่เคยคิดแก้แค้นนางอย่างจริงจัง
แม้เกิดเรื่องขัดแย้งขึ้นแต่ละครั้ง คนที่ยอมถอยก่อนก็เป็นเซี่ยจิ่นอี๋เสมอ ทว่าคนเช่นนี้กลับทำให้ร่างเดิมยิ่งคลุ้มคลั่งขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะทุกคนต่างชื่นชมนาง บิดาชมว่านางรู้ความ มารดาชมว่านางอ่อนโยน พี่ชายชมว่านางสงบเสงี่ยม ท่านย่าชมว่านางกตัญญู
สาวใช้และหญิงรับใช้สูงวัยในจวนต่างชมว่านางไม่ถือตัวสมฐานะคุณหนูใหญ่
แม้แต่คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวงก็พากันชื่นชมคุณหนูตัวจริงแห่งจวนมหาเสนาบดีผู้พลัดพรากไปอยู่ชาวบ้าน ว่าเป็นหญิงงามเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถ ทั้งยังอ่อนโยนมีเมตตา
แล้วร่างเดิมเล่า? เหลือเพียงสองคำ—ชั่วร้าย
เซี่ยเจาฝานพลันเข้าใจขึ้นมาบ้างว่าเหตุใดร่างเดิมถึงเดินมาถึงจุดนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ การพ่ายแพ้ของนางก็ไม่ได้น่าแปลกใจเลย
“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ตั้งใจผลักนางจริง ๆ”
เซี่ยเจาฝานสูดลมหายใจลึก พยายามอธิบายเพื่อให้พ้นผิด คนก็ไม่ใช่ข้าผลักเสียหน่อย จะให้รับเคราะห์ทั้งที่ไม่ได้ทำได้อย่างไร
แต่เซี่ยฉงซานกลับตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนนางจะพูดจบเสียอีก
“พอได้แล้ว! ถึงตอนนี้เจ้ายังจะปากแข็งอีกหรือ?”
หัวใจเซี่ยเจาฝานหนักอึ้ง เพิ่งสังเกตเห็นว่าริมทะเลสาบไม่ได้มีเพียงพี่น้องสองคน ยังมีสาวใช้กับหญิงรับใช้สูงวัยอีกหลายคนด้วย
สาวใช้คนหนึ่งรีบคุกเข่าลง กล่าวเสียงสั่นว่า “ท่านกั๋วกง บ่าวเห็นกับตาว่าคุณหนูรองยื่นมือผลักคุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่ถึงได้ตกลงไปในทะเลสาบเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่ได้ทำ!”
เซี่ยเจาฝานรีบโต้แย้งโดยไม่รู้ตัว แต่ทันทีที่พูดจบ ภาพเหตุการณ์ยามร่างเดิมโต้เถียงกับเซี่ยจิ่นอี๋ก็ผุดขึ้นมาในหัว
ร่างเดิมยื่นมือออกไปจริง ๆ ดูเหมือนตั้งใจจะกำจัดคุณหนูตัวจริงให้สิ้นซากในคราวเดียวด้วย แต่วิธีการช่างโง่เง่าเหลือเกิน
นางอดบ่นในใจไม่ได้: นี่เธอ ถ้าจะลงมือทั้งทีทำไมไม่ใช้สมองหน่อย ทะเลสาบที่ขุดขึ้นมาเองตื้นขนาดนี้ จะจมน้ำตายได้จริงเหรอ?
คราวนี้นางยิ่งอธิบายลำบาก สีหน้าของเซี่ยฉงซานยิ่งไม่น่าดูขึ้นทุกที
“จิ่นอี๋เพิ่งกลับมาได้ครึ่งเดือน เจ้ายังก่อเรื่องเหลวไหลไปตั้งเท่าไรแล้ว?”
“ทำลายกระโปรงของนาง ทำเครื่องประดับของนางแตก จงใจทำให้นางอับอายในงานเลี้ยงวันเกิดของท่านย่า วันนี้ยังผลักนางตกน้ำอีก”
“เซี่ยเจาฝาน เจ้าจะก่อเรื่องไปถึงเมื่อไรกัน?”
เซี่ยเจาฝานฟังคำเหล่านั้นแล้วรู้สึกอึดอัดในอกขึ้นเรื่อย ๆ
นางอยากบอกพวกเขาเหลือเกินว่าเรื่องพวกนั้นไม่ใช่นางทำ นางก็แค่คนทำงานหนักที่เพิ่งทะลุมิติมาเท่านั้นเอง
แต่จะมีใครเชื่อเล่า?
ในสายตาทุกคน นางคือคุณหนูตัวปลอมจอมร้ายกาจที่เสวยสุขมานาน 15 ปี แล้วยังริษยาคุณหนูตัวจริงที่กลับมาอีก
“ท่านแม่...”
เซี่ยเจาฝานหันไปมองสกุลเสิ่น
นางไม่รู้ว่าทำไมจึงเผลอหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากมารดาผู้รักและเอ็นดูร่างเดิมมาตลอดสักนิด อย่างน้อยช่วยพูดแทนนางสักคำก็ยังดี
แต่สกุลเสิ่นกลับหลบสายตานาง
“เจาฝาน”
เสียงของหญิงวัยกลางคนแผ่วเบา
“คราวนี้เจ้าทำเกินไปจริง ๆ ต่อหน้าบิดาของเจ้า จงยอมรับผิดเสีย แล้วรับปากว่าจะไม่ทำเรื่องเช่นนี้อีก”
เซี่ยเจาฝานย่อมไม่อาจร่วมรู้สึกกับความเศร้าของร่างเดิมได้ แต่นางไม่ยอมรับผิดส่งเดชแน่นอน ขณะกำลังคิดว่าจะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร
ในเวลานั้นเอง เสียงรายงานพลันดังมาจากนอกประตูเรือน
“ซื่อจื่อแห่งโหวหนิงหย่วนมาถึงแล้ว!”
เซี่ยเจาฝานเงยหน้าขึ้น ไม่นานนัก ชายหนุ่มในชุดผ้าแพรผู้หนึ่งก็เดินเข้ามา
เขามีใบหน้าหล่อเหลา ท่วงท่าสูงศักดิ์ คือคู่หมั้นที่ร่างเดิมหมั้นหมายไว้ตั้งแต่วัยเยาว์—เผยเส้าหวาย ซื่อจื่อแห่งโหวหนิงหย่วน
เซี่ยเจาฝานรู้จากความทรงจำแล้ว พอเดาได้ว่าชายผู้นี้มาในวันนี้ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
เป็นดังที่คิด เผยเส้าหวายเหลือบมองเซี่ยจิ่นอี๋ก่อน เมื่อเห็นว่านางไม่เป็นอะไรมากจึงเดินไปหาเซี่ยฉงซาน
“คารวะท่านกั๋วกง! วันนี้ข้าน้อยมาเพื่อหารือเรื่องหนึ่งกับท่านขอรับ”
เซี่ยฉงซานมองเขาแวบหนึ่ง
“ซื่อจื่อโปรดกล่าว”
เผยเส้าหวายนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“เรื่องการหมั้นหมายระหว่างข้ากับคุณหนูรอง...”
เซี่ยเจาฝานอดขำในใจไม่ได้ เป็นอย่างที่คิด เขามาถอนหมั้นจริง ๆ ด้วย
ฉันไม่ใช่คนคลั่งรักแบบร่างเดิมเสียหน่อย จะไปโกรธทำไม แค่รู้สึกเหมือนกำลังยืนดูละครน้ำเน่าต่อหน้าเท่านั้นเอง
