ตีสาม
หน้าโรงพยาบาลประชาชนแห่งที่ห้า เขตหลัวฝู
ซูหานเดินออกจากแผนกฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
นี่เป็นโรงพยาบาลแห่งที่แปดที่เขาตระเวนหาในคืนนี้ แต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย
ตลอดทั้งคืน เขาตระเวนไปทั่วโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้งแปดแห่งในเขตหลัวหูที่มีคุณสมบัติรับผู้ป่วยฉุกเฉิน เขาใช้วิธีต่าง ๆ ลอบเข้าไปในห้องไอซียูของแต่ละแห่งเพื่อตรวจดูรายชื่อผู้ป่วย
แต่
ไม่มีโรงพยาบาลแห่งไหนมีชื่อพี่สาวของเขา
พี่สาวราวกับหายไปจากโลกนี้ ไม่พบประวัติการเข้าพักรักษาตัวหรือข้อมูลการรักษาแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น
เขาไม่พบโรงพยาบาลแห่งไหนที่รับผู้ป่วยบาดเจ็บสาหัส กระดูกหักหลายจุดทั่วร่างและอวัยวะภายในฉีกขาดเมื่อห้าวันก่อน
เรื่องนี้ไม่ปกติ
ผู้ป่วยบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้นไม่มีทางที่สืบหาเบาะแสไม่ได้เลย
จางผิงบอกชัด ๆ ว่าพี่สาวของเขานอนอยู่ในห้องไอซียู
หรือว่าจางผิงกำลังโกหก?
แต่ในสถานการณ์ตอนนั้น เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกหกนี่นา
หรือว่าพี่สาวไม่ได้ถูกส่งโรงพยาบาลตั้งแต่แรก?
ซูหานยืนอยู่ใต้เสาไฟหน้าประตูโรงพยาบาล สายลมยามค่ำคืนพัดผ่าน ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงผุดขึ้นในใจ
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกราวกับถูกขังอยู่ในกรงขนาดมหึมา ไม่มีทางหนีออกไปได้ และมองไม่เห็นทางออกเลย
พ่อแม่ตายแล้ว พี่สาวหายตัวไป แฟนสาวก็หายไป ส่วนเพื่อนบ้านหนีไปแล้ว
แม้แต่ชื่อของฆาตกรก็ยังไม่รู้ แล้วเขาจะหาคนแก้แค้นได้จากที่ไหน
ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้
ถาโถมเข้ามาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยในเวลานี้ ทำให้ซูหานเหนื่อยล้าทั้งกายใจ
เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
หงุดหงิดจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
เขายื่นมือขวาออกไป อดไม่ได้ที่จะกำราวเหล็กข้างกายแน่น
