เมื่อได้ยินคำของหลี่เฉิงเฉียนที่ว่า “อีกไม่นานก็จะดีขึ้นเอง” ดวงตากลมโตของซื่อจื่อก็พลันส่องประกายขึ้นมา
เด็กน้อยยิ้มแฉ่ง พยักหน้าหงึก ๆ แล้วขยับเข้าไปใกล้ จุ๊บแก้มหลี่เฉิงเฉียนหนึ่งที
“พี่ชายดีที่สุดเลย!”
หลี่เฉิงเฉียนยื่นมือไปลูบผมมวยคู่เนื้อนุ่มของซื่อจื่อ
เขาหันไป สายตากวาดผ่านหลี่จื้อที่กำลังก้มหน้าเล่นหยกห้อยชิ้นหนึ่งในมืออย่างเงียบ ๆ
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ก็เห็นความแตกต่างชัดเจน
หลี่เฉิงเฉียนลอบถอนใจในใจ มิน่าเล่าทุกคนถึงเอ็นดูบุตรีมากกว่า ความเอาใจใส่เช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กชายจอมเจ้าเล่ห์พวกนี้จะเทียบได้จริง ๆ
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะกึกก้องเปี่ยมพลังพลันดังขึ้นจากนอกตำหนัก
“เฉิงเฉียน! หลานรักของข้า!”
คนยังไม่ทันก้าวเข้าประตู เสียงกังวานของหลี่ยวนก็ทะลุประตูตำหนักเข้ามาแล้ว “อาหวงของเจ้านึกวิธีวิเศษที่จะทำให้ลูกอกตัญญูนั่นโมโหได้อีกวิธีแล้ว!”
สิ้นเสียง บานประตูก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง
หลี่ยวนก้าวยาว ๆ เดินฉับ ๆ เข้ามาในตำหนักเสวียนเต๋อ ในมือยังกำถุงผ้าไหมสีเหลืองสดใบหนึ่งไว้แน่น
ใบหน้าของเขาแดงเรื่อเปี่ยมสุข แม้แต่หนวดเคราที่เดิมขาวโพลนก็ดูเหมือนจะมีประกายดำแซมอยู่หลายส่วน ทั้งร่างดูแข็งแรงกระฉับกระเฉง ไร้ร่องรอยความห่อเหี่ยวไร้ชีวิตชีวาเช่นยามถูกกักบริเวณอยู่ในวังต้าอาน
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่ลี่จื้อก็รีบจูงมือซื่อจื่อ เฉิงหยาง และหลี่จื้อเดินเข้าไปถวายคำนับ “อาหวง”
“พอแล้ว ๆ คนในครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องมากพิธี”
หลี่ยวนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ สายตากวาดผ่านหลานสาวหลายคน ก่อนตรงไปยังหลี่เฉิงเฉียนที่เอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม
เขาเดินไปถึงหน้าตั่ง แล้วเทถุงผ้าไหมในมือลงบนโต๊ะเตี้ย
“กริ๊ง” เสียงกระทบใสดังกังวาน
กำไลหยกสิบกว่าวงเนื้อดีแวววาวราวมีน้ำหล่อเลี้ยง กลิ้งลงบนโต๊ะ
