พระราชวังไท่จี๋ วังกานลู่
ประตูหน้าต่างภายในท้องพระโรงปิดสนิท แสงภายในค่อนข้างสลัว
หลี่ซื่อหมินประทับอยู่หลังโต๊ะทรงอักษร มือกำแผ่นหยกทรงกลมที่แย่งมาจากมือหลี่จื้อไว้แน่น ลมหายใจค่อนข้างกระชั้น ดวงตาเปล่งประกายจับจ้องแผ่นหยกที่ดูธรรมดาแผ่นนั้น
จางอานานโน้มกาย ถือถาดไม้แดงเดินเร็วเข้ามา บนถาดมีเข็มเงินเล่มหนึ่งวางนิ่งอยู่
“ส่งมา”
หลี่ซื่อหมินคว้าเข็มเงินมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย จ่อปลายเข็มที่ปลายนิ้วชี้ข้างซ้ายของตนแล้วแทงลงไปอย่างแรง
“ซี๊ด”
หลี่ซื่อหมินสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วบีบหยดเลือดสีแดงชาดออกมา
เขาค่อย ๆ ยกนิ้วค้างไว้เหนือแผ่นหยก ปล่อยให้หยดเลือดตกลงบนผิวหยกอย่างแม่นยำ
หนึ่งลมหายใจ สองลมหายใจ สามลมหายใจ
หยดเลือดไหลไปตามขอบมนของแผ่นหยก ก่อนหยดลงบนกระดาษเสวียนบนโต๊ะทรงอักษร แล้วแผ่ซ่านเป็นดอกเหมยสีแดงฉาน
แผ่นหยกไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย
ไม่มีแสงเงินวูบวาบ ไม่มีร่องรอยความผันผวนของมิติ ยังคงเป็นเพียงวัตถุไร้ชีวิตชิ้นหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้น” หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้วแน่น พลิกแผ่นหยกไปมาพินิจ นิ้วลูบคลำผิวหยกซ้ำไปซ้ำมา “เหตุใดข้าจึงไม่รู้สึกอะไรเลย แล้วมิติจี่จื้อนั่นเล่า”
“ฝ่าบาท บ่าวชราคิดว่า การปล่อยเลือดจารึกเจ้าของของวิเศษเซียน อาจเหมือนการปล่อยเลือดพิสูจน์ญาติในหมู่ปุถุชนของพวกเรา ต้องดูที่ปริมาณหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“เมื่อครู่ฝ่าบาทหยดเลือดไปเพียงนิดเดียว จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเลือดยังไม่พอพ่ะย่ะค่ะ”
จางอานานยืนมองอยู่ด้านข้าง กลืนน้ำลาย ก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยขึ้น
