ทุกคนมองพื้นที่ว่างเปล่ากลางอากาศด้วยสีหน้างุนงง
“เธอ...หนีไปแล้วเหรอ?”
“ความมืดกลืนกินเธอไปแล้ว”
“แล้วตกลงหนีไปหรือเปล่า?”
“นายไม่รู้ แล้วทำไมถึงคิดว่าฉันรู้ล่ะ?”
“...”
คนคนนั้นเงียบไป แล้วหันไปมองเว่ย์เฟิง
ไม่ใช่แค่เขา ทุกคนต่างรอให้จักรพรรดิบู๊ออกคำสั่งขั้นต่อไป
เว่ย์เฟิงจ้องมองห้วงอากาศว่างเปล่านั้นอยู่นาน
เมื่อแน่ใจแล้วว่ากลิ่นอายของเฟลอร์หายไปอย่างสิ้นเชิง เขาจึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้นว่า
“พวกนายไปทำลายซากปรักหักพังนั่นซะ”
เกาเวินก้าวออกมาข้างหน้าทันที
“ท่าน ต้องทำลายทั้งเกาะเลยไหมครับ?”
“ทำให้มันจมลงไป!”
เว่ย์เฟิงพยักหน้า น้ำเสียงสงบนิ่ง “สัตว์อสูรในทะเลจะกำจัดร่องรอยทุกอย่างที่นี่เอง”
“รับทราบ!”
ราชันยุทธ์ทั้ง 37 คน รวมถึงเย่เฉิน พยักหน้าพร้อมกัน ก่อนเริ่มลงมือทันที
ฐานทัพเฮยซิงยังเหลือระเบิดนิวเคลียร์อีกไม่น้อย
เพื่อรับมือกับจักรพรรดิบู๊ในครั้งนี้ พวกเขาถึงกับขนทรัพย์สินทั้งหมดของฐานทัพออกมาใช้
พวกเขาแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มแบกระเบิดนิวเคลียร์กำลังทำลายล้างสูง 2 ลูก
จากนั้นฝังมันลึกลงไปใต้ดินในตำแหน่งทั้ง 6 แห่ง
เพื่อความแน่ใจ เย่เฉินยังควักเงินตัวเองซื้อ “ระเบิดอนุภาคโบเซ” จากร้านค้าระบบมาหนึ่งลูก
มันคือระเบิดมิติของเผ่าพันธุ์เทคโนโลยีขั้นสูง มีอานุภาพมากกว่าระเบิดนิวเคลียร์ทั่วไปกว่าสิบเท่า ปกติใช้จัดการยานรบอวกาศ แต่ตอนนี้กลับถูกเขานำมาใช้ถล่มซากปรักหักพัง
ครู่ต่อมา
เมื่อแสงสว่างหลายสายวาบขึ้น
เสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนไปทั่วฟ้า
ทั่วทั้งอ่าวตงไท่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
เว่ย์เฟิงพาราชันยุทธ์ทั้ง 37 คนลอยอยู่บนฟ้าสูงหลายพันเมตร ท่ามกลางเสียงลมพัดกระโชก เสื้อผ้าปลิวสะบัด พวกเขามองผืนแผ่นดินเบื้องล่างที่แตกออกเป็นหลายส่วนและค่อย ๆ จมลงสู่ก้นทะเลด้วยสายตาเย็นชา
