หลังจบการแสดง หลี่ม่านเปลี่ยนกลับมาใส่เสื้อผ้าของตัวเอง พอเดินออกจากหลังเวทีก็เจอฉินเฉินหมิงที่ถือช่อดอกไม้ยืนอยู่
“ทำไมถึงซื้อดอกไม้มาด้วยล่ะ” หลี่ม่านรับช่อดอกไม้มาอย่างเป็นธรรมชาติ
พูดจบ เธอก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดแสนอบอุ่นของหนุ่มน้อย คนที่ปกติสุขุมเยือกเย็นหาได้ยากนักที่จะแสดงอารมณ์ตื่นเต้นออกมา
หลี่ม่านตัวแข็งทื่อเล็กน้อย แต่ก็ยังค่อย ๆ วางมือลงบนแผ่นหลังของเขา “เป็นอะไรไป”
ฉินเฉินหมิงสูดลมหายใจลึก ใบหน้าถูไถเบา ๆ กับซอกคอของเธอ แล้วหัวเราะเบา ๆ “ยอดเยี่ยมมาก ทำเอาฉันใจเต้นแรงสุด ๆ เลย”
เป็นคำสารภาพรักที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
หลี่ม่านกลืนน้ำลาย มือยันแผงอกของเขาไว้ “พูดอะไรเหลวไหลน่ะเธอ...”
“ฉันไม่ได้พูดเหลวไหล”
เธอนึกว่าเขาคงจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปตามน้ำ แต่กลับไม่คิดว่าเขาจะพลันมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา ดวงตาดำสนิทคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยนละมุนละไม
“ฉันใจเต้นแรงจริง ๆ แล้วก็เป็นมานานแล้วด้วย”
ฉินเฉินหมิงจับมือเธอแนบลงตรงตำแหน่งหัวใจ ก่อนหลุบตาลง “ดูสิ มันเต้นแรงมากเลย”
แผงอกใต้ฝ่ามือขยับเต้นถี่รัวอย่างเหลือเชื่อ ยากจะจินตนาการว่าคนอย่างฉินเฉินหมิงที่ไม่เคยแสดงอารมณ์ออกมา หัวใจจะเต้นแรงได้ขนาดนี้
เร็วเสียจนฝ่ามือเธอชาไปหมด
ปลายนิ้วของหลี่ม่านงอขึ้นเล็กน้อย สายตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
ฉินเฉินหมิงชอบเธอ แล้วเธอชอบฉินเฉินหมิงหรือเปล่า
...น่าจะชอบ อย่างน้อยเธอก็ไม่เคยคิดถึงภาพที่ทั้งสองคนต้องแยกจากกันเลย
ฉินเฉินหมิงใช้ถ้อยคำอ่อนโยนที่สุดค่อย ๆ รุกไล่เธอ “เธอจะรู้สึกรังเกียจไหม ที่ฉันพูดกับเธอแบบนี้”
