วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเขาต้องไปโรงเรียนอนุบาล
ด้านนอกโรงเรียนอนุบาลเต็มไปด้วยเด็ก ๆ ที่ร้องไห้งอแง พวกเขาสามคนกลับเงียบสงบจนดูแปลกแยกจากคนอื่น
หลี่ม่านกับฉินเฉินหมิงรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้ต้องร้องไห้ ส่วนฉินเฉินเลี่ยงนั้นขอแค่มีหลี่ม่านอยู่ด้วย เขาก็มีความสุขจนพูดได้ไม่รู้จบ ยิ่งไม่มีทางร้องไห้
แม่ฉินทอดถอนใจ “ฉันก็อยากลองสัมผัสความรู้สึกที่ลูกต้องการฉันบ้างนะ”
พ่อฉินตอบ “ถ้าเขาร้องไห้ขึ้นมา คุณก็ทนไม่ไหวอีกนั่นแหละ”
“...ก็จริงนะ”
มองดูพ่อแม่คนอื่น ๆ ที่แต่ละคนดูปวดหัวกันแทบแย่แล้ว ลูกชายทั้งสองคนของพวกเขาไม่ร้องไห้ นับว่าดีมากจริง ๆ
เด็ก ๆ ไม่ร้องไห้ แต่พ่อของหลี่ม่านกลับร้องไห้เสียเอง
เขากอดลูกสาวไว้ ดวงตาแดงก่ำ “ลูกสาวคนเก่งของพ่อ พ่อจะทำใจแยกจากลูกได้ยังไง”
แม่หลีหมดคำพูด ยื่นมือไปตีเขาทีหนึ่ง “แค่ไปโรงเรียนอนุบาลเอง ทำตัวน่าอายจริง ๆ”
หลี่ม่านตบไหล่พ่อเบา ๆ อย่างเอาใจใส่ “คุณพ่อคะ ตอนบ่ายก็ได้เจอหนูแล้วค่ะ”
เด็กหญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ผิวขาวผ่อง ดวงตากลมโต ม่านตาดำราวกับไข่มุกดำ แก้มยุ้ยนุ่มเหมือนสายไหม ท่าทางจริงจังที่กำลังปลอบพ่อทำเอาหัวใจคนมองแทบละลาย
แม่ฉินมองจนต้องกุมอก “ม่านม่านน่ารักจังเลย~”
ส่วนแม่หลีกำลังถ่ายรูปอยู่ข้าง ๆ เพื่อบันทึกวันแรกที่ลูกสาวไปโรงเรียนอนุบาล
ฉินเฉินเลี่ยงยืนรออยู่ข้าง ๆ ได้พักหนึ่งก็เริ่มหมดความอดทน จึงเดินเข้าไปจับมือเด็กหญิง “คุณพ่อคุณแม่ รีบกลับบ้านเถอะครับ พวกเราต้องไปเรียนแล้ว”
พูดจบก็จูงเธอวิ่งเข้าไปในโรงเรียนทันที
พ่อหลีหน้าดำคร่ำเครียด ไอ้เด็กตัวแสบนี่
ฉินเฉินหมิงเอ่ยลาอย่างสุภาพ “คุณพ่อคุณแม่ คุณลุงคุณป้า ผมเข้าไปก่อนนะครับ”
เด็กสามขวบครึ่งที่เชื่อฟังขนาดนี้แทบหาไม่ได้เลย ยิ่งเมื่อเทียบกับฉินเฉินเลี่ยงแล้วก็ยิ่งเหมือนอยู่กันคนละขั้ว
มองแผ่นหลังสงบเสงี่ยมของลูกชายคนโต แม่ฉินทั้งปลื้มใจและซาบซึ้งอยู่บ้าง
“พี่ชายรู้ความจังเลยนะ” แม่หลีอดพูดไม่ได้
พ่อหลีพยักหน้าเห็นด้วย พี่ชายรู้ความกว่าน้องชายมากจริง ๆ แถมยังไม่เกาะติดลูกสาวเขาด้วย มองแล้วสบายตากว่าเยอะ
หลี่ม่านที่เข้ามาในห้องเรียนแล้วถูกจูงไปนั่งตรงกลาง ฉินเฉินเลี่ยงนั่งชิดเธอ ส่วนฉินเฉินหมิงที่เข้ามาทีหลังก็นั่งลงอีกข้างของเธออย่างเป็นธรรมชาติ
ในห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียงเด็กร้องไห้งอแง และเสียงคุณครูที่คอยปลอบไม่หยุด
ฉินเฉินเลี่ยงนั่งแกว่งขาอยู่บนเก้าอี้ มือเล็ก ๆ ยังคงจับมือเธอไว้โดยลืมปล่อย ดวงตากลอกมองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น “ดูสิ พวกเขาร้องไห้กันหมดเลย แต่ฉันไม่ร้องสักหน่อย”
ฟังดูเหมือนกำลังอวดอยู่ไม่น้อย
ไม่รู้ว่าเด็กขี้แยคนนี้จะมีอะไรให้อวด
หลี่ม่านดึงมือกลับ แล้วหยิบตุ๊กตาผ้าออกมาจากกระเป๋าใบเล็กเล่น
ฉินเฉินหมิงก็หยิบบล็อกออกมาต่อเงียบ ๆ
ฉินเฉินเลี่ยงเริ่มรู้สึกเบื่อ พอเห็นว่ามีของเล่นอื่นอยู่ในห้องเรียนก็วิ่งไปหยิบมา
“ม่านม่าน! เครื่องบินล่ะ ฟิ้ว ๆ—” เขาแกว่งเครื่องบินไปมา พลางทำเสียงประกอบ
แต่เครื่องบินของเล่นชิ้นนั้นเป็นของเด็กอีกคนที่กำลังจะเล่น พอถูกเขาแย่งไป เด็กคนนั้นก็ร้องไห้โฮทันที
คุณครูไม่มีทางเลือก จึงเดินเข้ามาขอของเล่นคืน
ฉินเฉินเลี่ยงกอดเครื่องบินของเล่นไว้แน่น พูดอย่างเอาแต่ใจ “ไม่ให้ นี่ของฉัน”
“เดี๋ยวครูหาเครื่องบินที่สนุกกว่านี้ให้ดีไหม เอาอันนี้คืนให้ครูก่อนนะ” ครูหลินปลอบอย่างอดทน
น่าเสียดายที่ฉินเฉินเลี่ยงไม่หลงกล “ไม่ให้!”
ฉินเฉินหมิงเงยหน้ามองครูที่กำลังลำบากใจแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาหนีอย่างไม่ใส่ใจ
เห็นว่าเกลี้ยกล่อมฉินเฉินเลี่ยงให้ปล่อยมือไม่ได้ ครูหลินจึงจำใจกลับไปปลอบเด็กที่ยังร้องไห้อยู่
คราวนี้ฉินเฉินเลี่ยงอารมณ์ดีขึ้น เล่นเครื่องบินต่อ “ฟิ้ว ๆ—”
หลี่ม่านรำคาญที่เขาขยับตัวแรงจนเกือบโดนเธอหลายครั้ง จึงขยับหนีไปด้านข้าง
ฉินเฉินเลี่ยงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ขยับตามไปด้วย
ตอนนอนพักกลางวัน ตำแหน่งที่นอนถูกจัดไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ละที่ติดชื่อเด็กเอาไว้เรียบร้อย
บังเอิญว่าพวกเขาสามคนถูกแยกกันนอน
ฉินเฉินเลี่ยงกอดหมอนเบียดเด็กที่อยู่ข้างหลี่ม่านออกไป แล้วพูดกับเธออย่างมีความสุข “ม่านม่าน เรานอนด้วยกันเถอะ”
เด็กที่ถูกเบียดออกไปร้องไห้เสียงดังลั่น
ครูหลินรีบเดินเข้ามา พอเห็นว่าเป็นฉินเฉินเลี่ยงอีกแล้วก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที “ฉินเฉินเลี่ยง ตำแหน่งของเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้นะ จะเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ได้นะ”
แต่พอเงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นเด็กชายหน้าตาเหมือนฉินเฉินเลี่ยงทุกประการกำลังถือช็อกโกแลตชิ้นหนึ่งล่อเด็กที่อยู่อีกข้างของหลี่ม่านให้ลุกไป แล้วเข้ายึดที่ตรงนั้นอย่างเปิดเผย
จากนั้นก็มองละครวุ่นวายตรงหน้าเธออย่างเงียบ ๆ
“...” ทำไมเธอถึงรู้สึกขนลุกขึ้นมานะ
ส่วนฉินเฉินเลี่ยงไม่ยอมไปเด็ดขาด ถึงกับลงไปดิ้นบนพื้น “ไม่เอา! ไม่เอา! ฉันจะนอนตรงนี้! ฮือ ๆ ๆ ๆ—”
วันนี้เขาไม่ร้องไห้มาทั้งวัน ใครจะไปรู้ว่าพอร้องขึ้นมาจะเสียงดังขนาดนี้ ทั้งห้องพักกลางวันพลอยโดนเขากระตุ้นไปด้วย เด็กที่ไม่ได้อยากร้องก็พากันร้องตาม
ครูหลินจนปัญญาจริง ๆ “ได้ ๆ เธอนอนตรงนี้ก็ได้ ครูไม่พูดแล้ว”
ฉินเฉินเลี่ยงที่กำลังร้องไห้หยุดทันที ม้วนผ้าห่มแล้วค่อย ๆ กระดึ๊บไปยังที่ข้าง ๆ
ครูหลินมองเด็กหญิงที่เอามือปิดหูตั้งแต่ฉินเฉินเลี่ยงเริ่มร้องไห้ เธอไม่เคยเห็นเด็กคนไหนหน้าตาดีขนาดนี้มาก่อนเลย ราวกับตุ๊กตาฝรั่งในตู้โชว์ แถมวันนี้ก็เงียบเรียบร้อย ดูแลง่ายมาก
ที่จริงฝาแฝดทั้งสองคนก็หน้าตาดีมากเหมือนเจ้าชายในภาพวาด เพียงแต่มีเด็กหญิงที่สะดุดตายิ่งกว่าอยู่ข้าง ๆ อีกทั้งคนเล็กยังซนเหลือเกิน ทำให้คนมักสนใจนิสัยของพวกเขามากกว่า
ครูหลินถอนหายใจ ลุกขึ้นเดินจากไป
หลี่ม่านผลักก้อนที่เบียดเข้ามาหาออก แล้วหลับตาลง “ไปให้พ้น ฉันจะนอน”
ฉินเฉินเลี่ยงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม กระซิบเสียงเบา “ม่านม่าน ดูสิ ฉันมีของอร่อยด้วย”
หลี่ม่านลืมตาข้างหนึ่งแอบมอง เห็นเขาซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มทั้งคน ตรงตำแหน่งใบหน้าเปิดเป็นช่องเล็ก ๆ ในความมืด ดวงตาคู่หนึ่งส่องประกายระยิบระยับ
เธอพลิกตัวหันหลังให้เขา
แล้วก็สบตากับฉินเฉินหมิงที่นอนตะแคงหันมาทางเธอ ฉินเฉินหมิงหรี่ตาลงเล็กน้อย มือเล็ก ๆ ยื่นพ้นผ้าห่มขึ้นมาชูสามนิ้วให้เธอ
บนนิ้วทั้งสามมีรูปหน้าตาง่าย ๆ วาดอยู่แต่ละนิ้ว
หลี่ม่านจ้องมองอย่างสงสัย
ฉินเฉินหมิงขยับนิ้วอย่างคล่องแคล่ว นิ้วทั้งสามที่มีรูปหน้าอยู่ดูมีชีวิตขึ้นมา ราวกับกำลังพูดคุยกัน
หลี่ม่านมองอย่างตั้งใจ ส่วนฉินเฉินเลี่ยงที่อยู่ด้านหลังขยับเข้ามา เอาหน้าผากแนบกับแผ่นหลังเธอ แล้วพูดจ้อเสียงเบา
“อร่อยจริง ๆ นะ”
“ฉันจะกินเองแล้วนะ!”
“ง่ำ ๆ อร่อยจัง อร่อยที่สุดเลย ม่านม่านไม่กินจริง ๆ เหรอ?”
“ทำไมถึงอร่อยขนาดนี้นะ อร่อยมากเลย ฉันจะกินให้หมดคนเดียวแล้วนะ?”
ระหว่างที่เขาพูดคนเดียว นิ้วมือก็ขยับไปตามคำพูด ทำท่าตื่นเต้นตกใจราวกับนิ้วกำลังพูดอยู่จริง ๆ
หลี่ม่านยกมือปิดปากแอบหัวเราะ
เงาร่างหนึ่งทอดทับเด็กทั้งสามคน พวกเขาเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ก็เห็นใบหน้าดำทะมึนของครูหลิน
ครูหลินเผยรอยยิ้มชวนขนลุก “รีบนอนเดี๋ยวนี้”
หลี่ม่านหลับตาทันที
ฉินเฉินหมิงรีบหดมือกลับเข้าไปในผ้าห่ม แล้วนอนหงายหลับตา
ฉินเฉินเลี่ยงม้วนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ไม่ขยับเขยื้อน
ครูหลินยืนรออยู่ครู่หนึ่ง พอแน่ใจว่าพวกเขาหลับแล้วจึงเดินจากไป
เพราะฉะนั้นที่แยกพวกเขาสามคนออกจากกัน ก็เพราะกลัวว่าพออยู่ด้วยกันแล้วจะไม่ยอมนอนนี่เอง
