“ทางนั้นเหมือนมีอะไรอยู่หรือเปล่า?”
ชายคนหนึ่งตะโกนเตือน เมื่อเห็นฮั่วหลิงเหิงไม่หันไปมองทางนั้น ก็คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ทันสังเกต ในใจอดยินดีกับความช่างสังเกตของตัวเองไม่ได้
คนส่วนหนึ่งหันไปมองตามทิศทางที่เขาชี้โดยไม่รู้ตัว ส่วนอีกกลุ่มนึกถึงกติกาของเกมได้ทัน จึงรีบข่มใจไม่ให้หันไปมอง
แม้ในเวลาเช่นนี้ ฮั่วหลิงเหิงก็ไม่ได้เตือนพวกเขา แต่กลับหยุดเดินเสียอย่างนั้น
ท่าทางของเขาไม่ได้เหมือนหยุดรอ กลับดูคล้ายกำลังนั่งดูละครมากกว่า แม้แต่เจียงอิ้งเยว่ยังเหลือบมองเขาด้วยสายตาประหลาดอยู่หลายครั้ง
สายตาของฮั่วหลิงเหิงทอดผ่านฝูงชนไปหยุดอยู่ที่หลี่ม่าน เธอรู้ตัวแล้ว แต่จงใจไม่มองเขา
เวลาแบบนี้ไม่เหมาะจะสบตากัน เกิดเขานึกถึงเรื่องเศร้าขึ้นมาแล้วลงมือทันทีคงแย่แน่
เธอจับตาชายที่เพิ่งร้องขึ้นมาว่ามองเห็นอะไรอยู่ด้วยความอยากรู้ว่าเรื่องต่อไปจะเป็นอย่างไร
ชายคนนั้นดูเหมือนจะลืมกติกาของเกมไปแล้ว พอเห็นคนอื่นไม่มองตาม ก็ยังชี้ไม่หยุด “ผมเห็นจริง ๆ นะ อยู่ตรงนั้น!”
แต่ในเวลานี้กลับไม่มีใครเตือนเขาสักคน
ชายคนนั้นหันไปมองอีกครั้ง เขาสัตว์ส่วนหนึ่งโผล่พ้นหลังต้นไม้แห้งตายออกมา เขาของมันใหญ่เสียจนต้นไม้นั่นไม่น่าจะบังมิด ยิ่งเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งโผล่ออกมาให้เห็นมากขึ้น ใบหน้าครึ่งคนครึ่งกวางยื่นออกมาจากหลังต้นไม้ จ้องชายคนนั้นอย่างตะกละตะกลาม
เป็นสายตาที่มองอาหาร
ชายคนนั้นเบิกปากกว้างด้วยความหวาดผวาสุดขีด
คนอื่นไม่รู้ว่าชายคนนั้นเห็นอะไร แต่แค่เห็นสีหน้าของเขาก็ทำเอาสั่นไปทั้งตัวแล้ว
