เมื่อถูกดวงตาคู่นั้นที่ไร้ชีวิตชีวจ้องมอง ไม่ว่าใครก็รักษารอยยิ้มสุภาพเอาไว้ไม่ได้
รอยยิ้มของปังรั่วเสวี่ยจางลงเล็กน้อย “มีอะไรเหรอ”
เฉิงอวี่ไม่พูด และไม่ได้คิดจะเดินเข้าไปหา เพียงยืนอยู่ห่าง ๆ
อีกฝ่ายทำท่าเฉยเมยทั้งสองครั้งที่พบกัน ทำให้ปังรั่วเสวี่ยอดสงสัยในเสน่ห์ของตัวเองไม่ได้
เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่มาวันนี้ เธอจึงเดินไปนั่งบนโซฟา “ฉันมีเรื่องอยากคุยกับคุณ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเกมน่ะ”
ในที่สุดชายหนุ่มก็ขยับ แต่ไม่ได้เดินมาทางเธอ กลับเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง นั่งลงแล้วเปิดคอมพิวเตอร์
ราวกับว่าการที่เธอยืนอยู่ตรงนั้นเมื่อครู่ทำให้เขาไม่อยากเข้าใกล้ จนกระทั่งเธอเดินห่างออกไป เขาถึงยอมเดินผ่านไป
มือที่ทำเล็บมาอย่างสวยงามของปังรั่วเสวี่ยค่อย ๆ กำแน่น เธอสูดหายใจลึก “ฉันรู้ว่าอวี่ที่อยู่อันดับหนึ่งในกระดานจัดอันดับเกมคือคุณ ใช่ไหม”
ไม่มีใครตอบ
เธอพูดต่อ “เพื่อนออนไลน์ที่ชื่อม่านช้าหนึ่งก้าวคนนั้นเป็นมิจฉาชีพ ถ้าคุณไม่เชื่อก็ลองเข้าไปดูในฟอรัมได้ อย่าหลงเชื่อคำพูดหวานหูของเธอ”
ปังรั่วเสวี่ยรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอวี่คือเขา เดิมทีเธอคิดว่าพอทั้งสองคนได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการแล้ว ค่อยไปเซอร์ไพรส์เขาในเกม แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเย็นชาถึงขนาดนี้ แถมในเกมยังมีคนชิงตัดหน้าไปก่อน
และคนคนนั้นยังเป็นมิจฉาชีพอีกด้วย
เธอคิดว่าบางทีเฉิงอวี่อาจยังไม่รู้ หรือไม่ก็เพราะนิสัยเก็บตัวและซื่อบริสุทธิ์ จึงถูกคำพูดของมิจฉาชีพแบบนี้ดึงดูดได้ง่าย
“พูดจบหรือยัง” เฉิงอวี่เอ่ยปาก คราวนี้เสียงของเขาดังในระดับปกติ น้ำเสียงสะอาดใส
