รับลูกได้แค่ไม่กี่ลูก โจวจื่อหมอก็ทนไม่ไหวแล้ว “ต่อให้มีแข่ง นายก็ไม่เห็นต้องซ้อมหนักขนาดนี้เลย!”
ฉินเฉินเลี่ยงไม่สนใจว่าเขาพูดอะไร สะบัดไม้เทนนิสฟาดลูกอย่างแรงอีกครั้ง เหงื่อชุ่มผมหน้าม้าที่ปรกอยู่บนหน้าผาก
“หยุด ๆ ๆ!” โจวจื่อหมอที่ทนไม่ไหวรีบยกมือส่งสัญญาณ
ฉินเฉินเลี่ยงหยุดอย่างไม่สบอารมณ์ “เล่นยังไม่ถึงสิบนาที จะหยุดทำไม?”
“ถ้าไม่หยุด ฉันคงโดนนายตีตายก่อน” โจวจื่อหมอบ่นพลางเปิดฝาขวดน้ำดื่ม “นายเป็นอะไร วันนี้หงุดหงิดอะไรขนาดนั้น”
ฉินเฉินเลี่ยงโยนไม้เทนนิสไปข้าง ๆ “ไม่มีอะไร”
เขาหมุนเปิดฝาขวดน้ำอีกขวด แต่กลับไม่ดื่ม เพียงขมวดคิ้วแน่น จ้องขวดน้ำอย่างเหม่อลอย
โจวจื่อหมอยื่นมือไปโบกตรงหน้าเขา “เหม่ออะไรอยู่ แปลกคนจริง”
ฉินเฉินเลี่ยงเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนเงยหน้ากระดกน้ำดื่มรวดเดียวไปครึ่งขวด
“จริงสิ ช่วงนี้คู่แท้ตั้งแต่เด็กของนายไม่ค่อยมาหานายเลยนะ” โจวจื่อหมอพูดราวกับถามขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ
เด็กหนุ่มที่กำลังเหม่ออยู่พลันหันมาจ้องเขา ดวงตาคมกริบราวสัตว์ป่า
โจวจื่อหมอรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ไล่ขึ้นมาตามแผ่นหลัง แต่ยังแสร้งทำเป็นใจเย็น “มีอะไร?”
ฉินเฉินเลี่ยงก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว “ทำไมนายถึงคอยสนใจเธออยู่เรื่อย?”
“อะ...ฉันไม่ได้สนใจ แค่ถามเพราะสงสัยเฉย ๆ” เหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากโจวจื่อหมอ
“สงสัยเหรอ? สงสัยครั้งสองครั้งยังพอว่า แต่นี่สงสัยตั้งหลายครั้ง เธอเป็นอะไรกับนาย ถึงได้สงสัยนัก?” ฉินเฉินเลี่ยงไล่ต้อนเข้ามาทีละก้าว แววตากับสีหน้าเจือความดุดัน
