ความจริงแล้ว ฉินเฉินหมิงรู้สึกว่าช่วงเวลานี้นานเกินไป พวกเขาไม่เคยต้องแยกจากกันนานขนาดนี้มาก่อน ทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงเอาเสียเลย เขาอยากให้เธออยู่เป็นเพื่อน
ก็เหมือนฉินเฉินเลี่ยงในตอนนี้ จะบอกว่าเบื่อก็ไม่เชิง ที่จริงเป็นเพราะเขารู้สึกไม่มั่นคงเหมือนกัน
ในใจของพวกเขาคุ้นชินกับการอยู่ด้วยกันสามคนแล้ว พอเหลือเพียงลำพัง ช่องว่างที่เกิดขึ้นจึงมากมายเหลือเกิน
พอได้ยินคำอธิบายของเธอ ฉินเฉินเลี่ยงก็โกรธจนเขี้ยวแทบงอก “ทำไมเขาไม่บอกฉันล่ะ ฉันเป็นน้องชายเขานะ!”
หลี่ม่านปลอบเขา “เขาคงรู้ว่าฉันจะบอกแกอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้ไปหาแกน่ะ”
ถึงเธอจะพูดแบบนั้น ฉินเฉินเลี่ยงก็ยังโมโหอยู่บ้าง แต่แล้วก็นึกถึงอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมา “พวกเราจะเอาเงินที่ไหนไปเที่ยวต่างประเทศ?”
เงินของเขาหมดไปตั้งนานแล้ว
หลี่ม่านปรายตามองเขา “พี่ชายแกไม่เหมือนแกหรอก ก่อนหน้านี้เขาบอกฉันว่าลงทุนทางการเงินแล้วทำกำไรได้บ้าง”
อีกอย่าง ฉินเฉินหมิงเป็นคนจัดการเงินเก่งอยู่แล้ว แม้เธอจะไม่รู้ว่าเขามีเงินอยู่เท่าไร แต่เขาบอกเธอว่าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
ฉินเฉินเลี่ยงรู้สึกอัดอั้นอยู่บ้าง รู้อย่างนี้เขาน่าจะหัดเก็บเงินไว้สักหน่อย
“ถ้าเขาไม่ยอมซื้อตั๋วเครื่องบินให้ฉันล่ะ?”
“อืม… งั้นแกก็ไม่ต้องไปสิ” เธอพูดหยอก
“ไม่ได้เด็ดขาด!” ฉินเฉินเลี่ยงกระโดดพรวดขึ้นจากพื้นอย่างตื่นเต้น แล้ววิ่งออกไปข้างนอก “ฉันจะหาทางหาเงินเอง!”
หลี่ม่านอยากเรียกเขาไว้จากด้านหลัง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
ถึงฉินเฉินหมิงอาจจะพูดเหน็บแนมเขาสักสองสามคำ แต่แน่นอนว่าเขายอมควักเงินให้น้องชายอยู่แล้ว ยังไงเสียก็เป็นน้องชายของเขานี่นา
