“เขากินไปแล้วหนึ่งชิ้น ไม่ต้องกินชิ้นที่สอง”
ฉินเฉินหมิงดึงน่องไก่มา แล้วกินต่อหน้าทั้งสองคนอย่างไม่สะทกสะท้าน
หลี่ม่านกะพริบตาปริบ ๆ รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “แต่เธอไม่ชอบกินน่องไก่ไม่ใช่เหรอ”
“ใช่!” ฉินเฉินเลี่ยงที่ถูกตัดหน้าแย่งไปได้ ทุบโต๊ะอย่างไม่ยอมแพ้
ปกติอาหารที่ม่านม่านกินไม่หมดเหลือไว้ก็เป็นของเขากินต่อทั้งนั้น แต่หมอนี่ถึงกับมาแย่งกันได้
ฉินเฉินหมิงพูดอย่างสงบนิ่ง “ช่วงนี้ต้องเสริมสารอาหาร”
ก็จริงนะ อีกไม่นานก็จะถึงการแข่งขันคณิตศาสตร์แล้ว เขาคงกดดันมาก เลยต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้น
หลี่ม่านพยักหน้าเงียบ ๆ อย่างเข้าใจ ก่อนคีบเนื้อปลาให้เขาชิ้นหนึ่ง “กินปลาเยอะ ๆ ช่วยบำรุงสมองนะ”
ฉินเฉินเลี่ยงเบ้ปากอย่างไม่พอใจ “ถ้าจะบำรุงสมองก็ควรกินสมองหมูไม่ใช่เหรอ เขาควรไปกินสมองหมูนะ”
ฉินเฉินหมิงพูดเรียบ ๆ “มีสมองหมูอย่างแกอยู่คนเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องมีเพิ่มอีก”
“หา!?” ฉินเฉินเลี่ยงโมโหจนเอนตัวไปข้างหน้า ยื่นหมัดข้ามหญิงสาวไปหาอีกฝ่าย “อย่าคิดว่าเกิดก่อนฉันไม่กี่นาทีแล้วจะวิเศษวิโส แกสู้ฉันได้หรือไง ฉันยังยอมให้ใช้มือเดียวเลย”
ฉินเฉินหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ดูท่าคนที่สมองเรียบง่ายก็มีแต่แขนขาที่แข็งแรงจริง ๆ”
“……”
เถียงสู้เขาไม่ได้ ฉินเฉินเลี่ยงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
ทั้งที่สองพี่น้องเป็นฝาแฝดกัน แต่ตั้งแต่เด็กความสัมพันธ์ก็ไม่ค่อยสนิทสนมเท่าไร
คนหน้าตาเหมือนกันสองคนทะเลาะกันเป็นประจำ หลี่ม่านชินเสียแล้ว
หลี่ม่านดันหน้าฉินเฉินเลี่ยงกลับไป “ทั้งที่ทุกครั้งก็เถียงเขาไม่ชนะ ยังจะหาเรื่องทะเลาะกับเขาอีก”
