คนที่มองออกไม่ได้มีแค่ฮั่วหลิงเหิง เยว่เผิงซึ่งผ่านเกมมาแล้วสามครั้งก็เข้าใจความหมายของมัน หลังแย่งการ์ดไปพิจารณาอย่างละเอียด
ใบหน้าที่ดุดันอยู่แล้วของเขายิ่งฉายแววเหี้ยมเกรียม
ตอนที่เขาอ้าปากกำลังจะพูด ฮั่วหลิงเหิงก็ยกมือห้ามไว้ “การ์ดใบนี้น่าจะเป็นกุญแจสำคัญ ทุกคนลองค้นตัวเองดูว่ามีหรือเปล่า”
ผู้เล่นหน้าใหม่บางคนเริ่มค้นตัว ขณะที่อีกหลายคนหน้าซีดเผือด ยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
“ผมก็มีใบหนึ่ง!” ชายหนุ่มคนหนึ่งยกการ์ดใบเล็กในมือขึ้นอย่างตื่นเต้น
แต่ภาพบนการ์ดของเขาไม่เหมือนกัน เป็นรูปดวงตา
เยว่เผิงหัวเราะหยันอย่างโหดเหี้ยม “ไม่เลวนี่ ยังมีใครมีอีกไหม ค้นให้ดี ใครขวางไม่ให้ฉันผ่านด่าน อย่าหาว่าฉันไม่ปรานี”
คนอื่น ๆ ต่างหยุดมือ ดูเหมือนจะไม่มีใครมีอีก
เยว่เผิงหันไปมองฮั่วหลิงเหิง “นี่ นายจะลงมือ หรือให้ฉันลงมือ?”
ฮั่วหลิงเหิงไม่ได้พูดอะไร เพียงหันหน้าหนี
ชายวัยกลางคนที่เริ่มรู้สึกถึงลางร้ายรีบกุมการ์ดของตัวเองไว้ คิดว่าพวกเขาจะมาแย่ง “พะ...พวกคุณจะทำอะไร? นี่เป็นของผม ผมค้นเจอในกระเป๋าสตางค์ตัวเอง”
“รูปนั่น...” หลินต้าเหว่ยที่เงียบมาตลอดมีสีหน้าเคร่งเครียด นี่เป็นเกมครั้งที่สองของเขา จึงรู้ดีว่าเกมนี้โหดร้ายแค่ไหน “...เป็นตำแหน่งที่ซ่อนกุญแจไว้ใช่ไหม?”
ชายวัยกลางคนทำหน้างุนงง ยังไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร
ชายหนุ่มอีกคนที่อายุน้อยกว่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโต้กลับอย่างเดือดดาล “อย่ามาพูดมั่ว! เป็นไปได้ยังไง นี่มันไม่ใช่ของฉันสักหน่อย!”
