หลี่ม่านเองก็รู้สึกไม่ค่อยชินอยู่บ้าง แต่ไม่ได้หดหู่เท่าเขา จึงปลอบว่า “แค่ปีนี้ปีเดียวเอง พอผ่านปีใหม่ไปฉันก็กลับมาแล้ว”
“มันไม่เหมือนกัน...”
ฉินเฉินเลี่ยงหมดอารมณ์จะกินหม้อไฟไปเสียแล้ว เดิมทีเขายังวางแผนกิจกรรมช่วงปีใหม่อยู่เลย ตอนนี้ทุกอย่างพังครืนไปหมดแล้ว
ฉินเฉินหมิงเม้มปาก เขารู้ว่าเรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว พูดไปมากกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์
ฉินเฉินเลี่ยงพูดขึ้นมาทันทีว่า “งั้นฉันกลับไปฉลองปีใหม่ที่บ้านเกิดเธอด้วย!”
“ถ้าไม่กลัวโดนพ่อแม่ตีจนพิการก็ไปสิ” ฉินเฉินหมิงพูดอย่างเย็นชาไร้ความปรานี ทำลายความฝันของเขาเสียยับเยิน
ถ้าฉลองปีใหม่กันในเมือง ทั้งสองครอบครัวก็จะนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกันในคืนวันส่งท้ายปีเก่า แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะยอมให้ทั้งคู่ไปฉลองวันสำคัญขนาดนั้นที่บ้านคนอื่น
ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องเดินทางไกลเป็นพันลี้ไปฉลองที่บ้านเกิดคนอื่นอีก นี่มันเรื่องอะไรกัน ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าพ่อฉินกับแม่ฉินไม่มีทางเห็นด้วย
ฉินเฉินหมิงไม่ได้หุนหันพลันแล่นเหมือนเขา เขามองหญิงสาวด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนยิ้มแล้วถามว่า “กลับไปคราวนี้ จะซื้อของขวัญให้คุณปู่คุณย่าของเธอไหม?”
หลี่ม่านพยักหน้าโดยไม่ต้องคิด “แน่นอนสิ ฉันก็กำลังคิดว่าจะไปซื้ออยู่พอดี”
“ดี งั้นพวกเราไปช่วยเลือกด้วยกัน”
ฉินเฉินเลี่ยงมองทั้งสองคนคุยกันโต้ตอบไปมา คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย ตามหลักแล้วฉินเฉินหมิงไม่น่าจะยอมง่ายขนาดนั้น แม้นิสัยของพวกเขาจะแตกต่างกัน แต่ความคิดพื้นฐานกลับเหมือนกันแทบทุกอย่าง
เดิมทีเขาคิดไว้แล้วว่าโดนตีสักยกก็โดนไป ยังไงก็ไม่ตาย ขอแค่ได้ฉลองปีใหม่กับม่านม่านก็คุ้มแล้ว
