ในพื้นที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งใดบอกเวลาได้ ต่อให้พกนาฬิกาข้อมือเข้ามาด้วย เวลาก็จะหยุดอยู่ตรงช่วงที่เข้ามา
สิ่งเดียวที่ทำให้สัมผัสได้ว่าเวลาผ่านไปคือร่างกาย ความหิวและกระหายคือสัญญาณบอก
คนที่มีประสบการณ์มักพกอาหารรองท้องติดกระเป๋าไว้เสมอ ส่วนคนไม่มีประสบการณ์ก็ได้แต่ฝืนทนไป
คนที่สมัครใจเข้ามาอย่างฮั่วหลิงเหิงเตรียมอาหารกับน้ำไว้ค่อนข้างพร้อม ตอนนี้เขาถือช็อกโกแลตแท่งหนึ่งเติมพลังอยู่ในมือ ส่วนคนอื่นได้แต่มองตาละห้อย
หลี่ม่านนั่งอยู่ข้างกายเขา ก้มหน้าต่ำ ไม่ได้แสดงท่าทีโลภอยากได้อาหารของเขาแม้แต่น้อย
แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ เขาก็ยิ่งใจอ่อน จึงหยิบช็อกโกแลตออกมายื่นให้ “กินสิ”
หลี่ม่านเงยหน้าขึ้น นิ้วมือบนตักงอเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า “ไม่เป็นไร ฉันไม่หิว”
“ถ้าอยากมีชีวิตรอด อย่างน้อยก็ต้องรักษากำลังเอาไว้” ฮั่วหลิงเหิงยัดช็อกโกแลตใส่มือเธออย่างไม่ใส่ใจ
ดวงตาคู่งามของหลี่ม่านพราวด้วยหยาดน้ำตา เธอมองเขาด้วยความซาบซึ้งเต็มเปี่ยม “ขอบคุณนะ...”
ในชั่วขณะนี้ ราวกับว่าไม่ว่าเขาจะขออะไร เธอก็พร้อมจะตอบตกลง แม้คำขอนั้นจะเกินเลยไปบ้างก็ตาม ใบหูของฮั่วหลิงเหิงร้อนผ่าว มุมปากเม้มเป็นเส้นตรง พลางหันไปมองทางอื่น “ไม่ต้องหรอก รีบกินเถอะ”
เสียงแกะห่อดังแผ่วเบาข้างหู เขานึกภาพออกว่าเธอคงกัดอย่างระมัดระวังเพียงใด คำแรกแทบไม่มีเสียง ราวกับไม่อยากกินให้หมด
ฮั่วหลิงเหิงวางน้ำไว้ข้างเท้าเธออีกครั้ง หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบขึ้นมาจิบเพียงนิด แล้วดันขวดน้ำกลับมา
ฮั่วหลิงเหิงหยิบขึ้นมา ตั้งใจจะดื่มสักอึก แต่กลับชะงักก่อนที่ขวดจะสัมผัสริมฝีปาก
