คำพูดของฉินหัวเจินเหรินเปรียบเสมือนแสงแห่งการไถ่บาป สาดส่องลงบนร่างของคนเหล่านี้อย่างจัง
ก่อนหน้านี้ พวกเขาถูกค่ายกลสังหารตรงหน้าทำให้ลนลานจนเสียกระบวน คิดแต่จะฆ่าไป๋อิงให้ได้ จนลืมไปเสียสนิทว่าไม่จำเป็นต้องลงมือฆ่านาง เพราะถึงอย่างไรนางก็ต้องตายอยู่แล้ว
ขอเพียงถึงเวลาที่คำสาปมารจิตของนางกำเริบครั้งก่อน คราวนี้มันย่อมกำเริบขึ้นอีกครั้ง!
ถึงตอนนั้น ไป๋อิงก็จบสิ้นแล้ว!
ฉินหัวเจินเหรินเงยหน้ามองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า
“คำนวณจากเวลาที่มันกำเริบครั้งก่อน ขอเพียงรออีกครึ่งชั่วยาม คำสาปมารจิตของนางก็จะกำเริบแล้ว!”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้คนเหล่านั้นตื่นเต้นจนแทบถึงขีดสุด
พวกเขาไม่รีบร้อนโจมตีไป๋อิงอีกต่อไป ต่างคิดเพียงว่าพอผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางก็จะตายไปเอง!
คนจากสำนักเสวียนหยางรีบนำของวิเศษป้องกันชิ้นหนึ่งออกมา แสดงให้ทุกคนเห็น
“ทุกท่าน ข้ามีของวิเศษอยู่ชิ้นหนึ่ง มันไม่ได้รับผลกระทบจากค่ายกลสังหารนี้ ทั้งยังรองรับคนได้สิบคน มากพอจะต้านทานค่ายกลนี้ได้ครึ่งชั่วยาม”
กล่าวจบ เขาก็ให้คนในสำนักของตนเข้าไปก่อน จากนั้นจึงหันไปบอกคนที่อยู่ด้านนอกว่า “ข้างในยังเหลือที่อีกสองตำแหน่ง ใครอยากเข้ามาก็เข้ามาได้”
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากมีคนเข้าไปแล้วสองคน กลับมีเงาร่างหลายสายพุ่งทะยานมาจากที่ไกลราวกับภูตผี
