ไป๋อิงวางแผนไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว นับตั้งแต่มั่นใจว่าจะล่อฉินหัวเจินเหรินกับพวกเข้ามาในค่ายกลสังหารได้
ค่ายกลสังหารนี้ร้ายกาจถึงเพียงนี้ แต่เมื่อใช้แล้วก็ย่อมถูกเปิดเผย ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดนางจึงไม่ใช้มันสังหารคนที่คิดร้ายต่อสำนักหลิงเซียวให้มากขึ้นเล่า?
ดังนั้นนางจึงให้คนปล่อยข่าวออกไปว่า “บุคคลสำคัญทั้งหมดของสำนักหลิงเซียวถูกขังไว้ กำลังจะถูกสังหารล้างสำนัก” เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกคนเหล่านั้นจะอดทนอยู่เฉยได้อย่างไร?
พวกเขาย่อมต้องมาชุบมือเปิบ แล้วจินตนาการต่อไปว่า หลังสังหารบุคคลสำคัญของสำนักหลิงเซียวแล้ว ก็จะฮุบสำนักหลิงเซียวทั้งสำนักไปแบ่งกัน
ยามนี้ เมื่อมองคนกลุ่มนั้นตรงหน้า ไป๋อิงก็รู้สึกว่าช่างน่าขันยิ่งนัก
ในหมู่คนเหล่านี้ มีสำนักที่เคยแสดงท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อสำนักหลิงเซียวมาก่อนอยู่ไม่น้อย แต่กลับยังมีผู้บำเพ็ญจากสำนักที่เป็นมิตรกับสำนักหลิงเซียวปะปนมาด้วย
ช่างน่าขันสิ้นดี...
เป็นเช่นนี้จริง ๆ ระหว่างสำนักด้วยกัน จะมีมิตรแท้ตลอดไปได้อย่างไร สิ่งที่มีอยู่ก็มีเพียงผลประโยชน์ที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์เท่านั้น!
น่าเสียดายก็แต่ผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาของสำนักฮวาหยางคนนั้น คงปิดด่านบำเพ็ญอีกแล้ว ถึงไม่ได้ปรากฏตัว หากเขามาได้ก็คงดี จะได้ถูกสังหารไปพร้อมกัน
ไป๋อิงพอจำได้ว่าผู้บำเพ็ญคนนั้นเพิ่งออกจากการปิดด่านจริง ๆ หลังผ่านไปอีก 200 ปี ตอนนี้เขาน่าจะยังอยู่ในช่วงสำคัญของการรักษาบาดแผลและฝึกฝน ก่อนหน้านี้ที่ลงมือจัดการนาง ก็คงทุ่มกำลังทั้งหมดที่มีแล้ว
