“เจ้า...เจ้าวางค่ายกลไว้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
ไป๋อิงมองหร่วนซินโหรวราวกับกำลังมองคนโง่เขลา
“ก็เมื่อพวกเจ้าหลอกข้ามาที่นี่นั่นแหละ”
หร่วนซินโหรวถึงกับงุนงง
นางไม่เห็นเลยว่าไป๋อิงวางค่ายกลไว้ตั้งแต่เมื่อใด
ตอนนั้นเหยียนชื่อหลิงยังอยู่ข้างไป๋อิงและศึกษาค่ายกลร่วมกับนางด้วยซ้ำ
เหยียนชื่อหลิงเข้าใจค่ายกลถึงเพียงนั้น หากไป๋อิงลอบวางค่ายกล เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร?
หร่วนซินโหรวกำลังครุ่นคิดอยู่ จู่ ๆ ก็ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ นางพลันเงยหน้าขึ้น
“ที่แท้เจ้ารู้ตั้งนานแล้วว่าพวกเราหลอกเจ้า! ถึงได้เตรียมรับมือไว้แต่แรก!”
“ไม่เช่นนั้นแล้วจะเป็นอะไรไป?”
ไป๋อิงมองท่าทางของนางแล้วหัวเราะเย็นชา
ระหว่างทางนางดูคล้ายกำลังศึกษาค่ายกลกับเหยียนชื่อหลิง ทว่าความจริงแล้ว นางหารือกับเขาพลางลอบวางค่ายกลที่จำเป็นต้องใช้เมื่อมาถึงที่นี่ไปด้วย
เพราะมีเหยียนชื่อหลิงอยู่ นางจึงทำได้เพียงวางค่ายกลต่อหน้าต่อตาเขา
มิฉะนั้นนางจะอดทนศึกษาค่ายกลกับเหยียนชื่อหลิงมากมายถึงเพียงนั้นไปทำไม!
สำหรับคนที่หลอกลวงและทำร้ายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไป๋อิงไม่มีทางรู้สึกดีด้วยอยู่แล้ว
เหยียนชื่อหลิงยังอ่อนประสบการณ์เกินไปจริง ๆ
ชาติก่อน ไป๋อิงท่องยุทธภพ เสาะหาสมบัติไปทั่ว สิ่งที่ช่วยรักษาชีวิตนางไว้ก็คือความชำนาญด้านค่ายกล
ความเชี่ยวชาญค่ายกลของนางสูงกว่าเหยียนชื่อหลิงไม่รู้กี่เท่า
การหารือกับเขาทั้งยังต้องทำให้เหยียนชื่อหลิงรู้สึกว่าความเชี่ยวชาญด้านค่ายกลของนางพอ ๆ กับเขา ทำเอาไป๋อิงเหนื่อยแทบแย่
