ภายในถ้ำเงียบงันราวกับไร้ชีวิต
บัดนี้ ผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาเพียงคนเดียวที่ยังเหลืออยู่กำลังตัวสั่นงันงก
เขาไม่เคยนึกเลยว่าตนจะถูกบีบจนตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเช่นนี้
ความเสียใจที่มิอาจเอ่ยเป็นคำท่วมท้นอยู่ในใจ
เหตุใดเขาจึงหลงผิดจนดั้นด้นมายังสถานที่เช่นนี้?
แล้วเหตุใดจึงต้องมาล่วงเกินไป๋อิงด้วย!
ที่จริงแล้ว เขาเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับไป๋อิงมานาน ว่ากันว่านางเคยสังหารผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพกว่าสามสิบคนด้วยกำลังของตนเพียงลำพัง ตอนที่ได้ยินเรื่องนี้ เขาเต็มไปด้วยความดูแคลน คิดเพียงว่านางอาศัยพลังของเซียนแท้ มิได้พึ่งพาความสามารถของตนเอง เป็นแค่คนเสแสร้งสร้างชื่อเสียงเท่านั้น
อย่างไรเสีย ผลงานที่ได้มาจากการอาศัยพลังภายนอกก็ไม่มีค่าให้กล่าวถึง
แต่เขากลับไม่เคยไตร่ตรองให้ลึกซึ้งเลยว่า การหยิบยืมพลังของเซียนแท้มาใช้ได้อย่างแยบคาย ก็เป็นความสามารถอันเหนือธรรมดาเช่นกัน
ในยามนี้เอง เขาจึงเพิ่งตระหนักราวกับตื่นจากฝัน ว่าตนได้ก่อความผิดพลาดร้ายแรงเพียงใด
เขามองเห็นเพียงระดับบำเพ็ญอันต่ำต้อยของไป๋อิง แต่กลับมองข้ามสติปัญญาของนางไปโดยสิ้นเชิง
“ผู้ชนะเป็นราชา ผู้แพ้เป็นโจร” หลักการเรียบง่ายข้อนี้ทิ่มแทงใจเขาราวกับมีดสั้นคมกริบ
แม้จะมีระดับบำเพ็ญสูงส่ง แต่เพราะความโอหังและประมาทเลินเล่อ เขาจึงก้าวเข้ามาในกับดักที่ไป๋อิงวางไว้อย่างแยบยลโดยไม่ทันระวัง บัดนี้ตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง เรียกฟ้าฟ้าก็ไม่ขาน เรียกดินดินก็ไม่ตอบ ได้แต่รอความตายท่ามกลางความเสียใจและหวาดกลัวอันไร้ที่สิ้นสุด
