“ดีมาก” โจวจิงโม่เหลือบมองเหยียนเหลียงอย่างเย็นชา “ในเมื่อเจ้ายอมรับผิดแล้ว ก็ไปรับโทษเสีย โทษของเจ้าคือกักบริเวณสิบปี ตลอดสิบปีนี้ห้ามออกไปข้างนอก และต่อไปก็ห้ามก่อเรื่องรังแกชายหญิงอีก”
กล่าวจบ โจวจิงโม่ก็หันไปมองฉีฮ่าวหยวนผู้เป็นอาจารย์ของตน
ฉีฮ่าวหยวนพยักหน้าให้โจวจิงโม่ จากนั้นจึงกล่าวกับไป๋อิงว่า “สหายไป๋ พอจะขอคุยด้วยสักครู่ได้หรือไม่”
“ได้”
หลังจากไป๋อิง ฉีฮ่าวหยวน และโจวจิงโม่จากไป ลานกว้างของสำนักหลิงอิ่นก็พลันโกลาหลราวกับหม้อน้ำเดือด
เหล่าผู้บำเพ็ญวัยเยาว์ต่างมีแววตาไม่อยากเชื่อจนถึงตอนนี้
“สวรรค์! ใครจะคิดว่าไป๋อิงจะอยู่ขั้นทารกแรกกำเนิด นางไม่ใช่แค่ศิษย์ของสำนักหลิงเซียวหรอกหรือ เหตุใดถึงเก่งกาจเพียงนี้ สำนักสาขาของเราถึงกับมีอัจฉริยะเช่นนี้ปรากฏขึ้น!”
“เก่งกาจเกินไปแล้ว พลังของนางเหนือกว่าเหล่าอัจฉริยะในสำนักเราเสียอีก แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่ก็ยังบำเพ็ญไม่ถึงขั้นทารกแรกกำเนิดเลย นั่นก็หมายความว่าไป๋อิงเก่งกว่าศิษย์พี่ใหญ่เสียอีก ไม่รู้จริง ๆ ว่านางบำเพ็ญมาอย่างไร!”
“แค่เก่งกาจเสียที่ไหน อย่าลืมสิว่าไป๋อิงยังปรุงโอสถได้ด้วย โอสถที่นางปรุงถึงกับช่วยชีวิตผู้อาวุโสใหญ่ไว้ได้ อัจฉริยะที่น่าพรั่นพรึงเช่นนี้ ใครจะรู้ว่าในภายภาคหน้าจะเติบโตไปถึงขั้นใด”
ในเวลานี้เอง ฝูงชนก็คล้ายจะพบเป้าสนใจใหม่ พากันกรูเข้าไปล้อมติงเหยียน คนเหล่านี้ล้วนชอบสืบเสาะเรื่องแปลกประหลาดอยู่เป็นนิจ ยามนี้แววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ไหนเลยจะยอมพลาดโอกาสหยอกเย้าอันหาได้ยากเช่นนี้
