เหยียนเหลียงกระอักเลือดออกมาเป็นคำ ๆ เขาไม่เคยคิดเลยว่าไป๋อิงซึ่งไม่ได้ใช้ของวิเศษแม้แต่ชิ้นเดียว จะทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสได้ถึงเพียงนี้!
ถึงขั้นสัมผัสได้ว่าไป๋อิงออมมือให้แล้ว หากเมื่อครู่นางออกแรงเต็มกำลัง ตอนนี้เขาคงไม่ได้แค่บาดเจ็บ แต่คงตายไปแล้ว
เป็นไปได้อย่างไร?
เขามองไป๋อิงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เหล่าผู้บำเพ็ญรุ่นเยาว์ในบริเวณนั้นต่างพากันตะลึงงัน
พวกเขาไม่อาจหยั่งรู้ระดับบำเพ็ญของไป๋อิงได้ จึงคิดมาตลอดว่านางมีระดับบำเพ็ญต่ำมาก แต่เหตุใดนางถึงเก่งกาจได้ถึงเพียงนี้
โจวจิงโม่กลับลูบเคราพลางหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
“เหยียนเหลียง ตอนนี้เจ้ายอมรับแล้วหรือยัง?”
เหยียนเหลียงจ้องไป๋อิงเขม็ง แววตายังคงเต็มไปด้วยความไม่ยอมรับ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงกัดฟันตะโกนถามไป๋อิง “เพราะเหตุใด?”
“ข้าไม่รู้สึกถึงระดับบำเพ็ญของเจ้าเลย ระดับบำเพ็ญของเจ้าควรจะอ่อนด้อยมากมิใช่หรือ? เหตุใดเจ้าถึงเอาชนะข้าได้?”
เหล่าผู้บำเพ็ญรุ่นเยาว์ในบริเวณนั้นต่างสงสัยเช่นเดียวกัน ทุกคนจับจ้องไปทางไป๋อิงโดยไม่กะพริบตา
หรือว่า...
เหยียนเหลียงตะโกนใส่ไป๋อิง “เจ้าแอบใช้ของวิเศษอะไรหรือไม่? เมื่อครู่ข้าก็รู้สึกว่าเจ้าผิดปกติ ของวิเศษของเจ้าไม่ได้รับผลกระทบจากค่ายกลดารานภาปฐมโกลาหล ทั้งยังแย่งของวิเศษของผู้อื่นไปได้ นี่ไม่ใช่ความสามารถของเจ้าแน่ เจ้าต้องโกงเป็นแน่!”
เหยียนเหลียงไม่ยอมรับผลการประลองโดยเด็ดขาด
ใครจะรู้ว่าเขาต้องทุ่มเทฝึกฝนมากเพียงใด กว่าจะบำเพ็ญถึงขั้นแก่นทองระยะแรกได้
