เหล่าคนจากตระกูลโม่เมื่อครู่ยังหัวเราะเยาะไป๋อิง ที่คิดจะใช้เปลวไฟก้อนเล็ก ๆ รับมือกับอสูรวิญญาณพิษร้ายที่โม่เสวียนซางอัญเชิญมา
แต่บัดนี้พวกเขากลับตกตะลึงจนสิ้นสติ
เหตุใดกัน?
เหตุใดเปลวไฟของไป๋อิงจึงดับไม่ได้!
ยิ่งกว่านั้น อานุภาพของเปลวไฟนี้ยังแตกต่างจากไฟที่พวกเขาเคยพบเห็นอย่างสิ้นเชิง เพียงแตะต้องเปลวไฟสีน้ำเงินอันน่าสะพรึงกลัวนี้แม้เพียงนิด ก็กลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
นี่มันเปลวไฟอะไรกันแน่?
ในใจโม่เสวียนซางตอนนี้มีแต่ความเสียใจ
เขานึกว่าไป๋อิงรับมือได้ง่ายดาย ใครจะคิดว่าตนกลับไปหาเรื่องคนแข็งกร้าวเข้าเสียแล้ว!
หากรู้แต่แรก เขาคงไม่ไปยั่วนาง!
เขาแค่อยากหากระถางหลอมปราณสักคน ไฉนจึงพาตนเองมาตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ได้!
ในจังหวะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีคนร้องขึ้นว่า
“นี่... นี่หรือว่าจะเป็นเพลิงหยินสุดขั้วในตำนาน?”
“เป็นไปได้อย่างไร? นี่คือเปลวไฟที่มีอานุภาพทัดเทียมขั้นหลอมสุญตาเชียวนะ ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดจะมีได้อย่างไร?”
คนเหล่านั้นยังคงร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว
ไป๋อิงกลับใจดีบอกคำตอบแก่พวกเขา “พวกเจ้าทายไม่ผิด นี่คือเพลิงหยินสุดขั้ว!”
ก่อนหน้านี้ ตอนรับมือกับสำนักเสวียนหยาง หญ้าวิญญาณเป็นผู้มอบเปลวไฟนี้ให้นาง
อานุภาพของเปลวไฟนี้ร้ายกาจกว่าที่ไป๋อิงคาดคิดไว้เสียอีก!
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากไป๋อิง โม่เสวียนซางก็ถึงกับตะลึงงัน
บัดนี้โม่เสวียนซางถูกเปลวไฟสีน้ำเงินห่อหุ้มเอาไว้แน่น ใบหน้าเผยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง ร่างกายดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดท่ามกลางเปลวไฟ พร้อมส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเป็นระลอก
