คำพูดของผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพยังไม่ทันจบ หญ้าวิญญาณในมือไป๋อิงก็รอจนหมดความอดทนเสียแล้ว
“พูดมากเสียจริง! ข้ายังรอดูความสามารถของพวกเจ้าอยู่เลย เหตุใดยังไม่ลงมืออีกเล่า?”
หญ้าวิญญาณไม่ได้เห็นโลกภายนอกสระหยั่งมรรคมานานมากแล้ว
ยามนี้เมื่อเห็นคนรุ่นหลังที่มีระดับบำเพ็ญต่ำต้อยมากมาย ประกาศกร้าวว่าจะลงมือ ก็รู้สึกว่าช่างน่าขันยิ่งนัก
มันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนพวกนี้มีความสามารถอะไร?
เหล่าผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพพลันได้ยินหญ้าวิญญาณพูด ต่างพากันชะงักงัน หญ้าวิญญาณที่พวกเขาเคยพบเห็นในยามปกติส่วนใหญ่ล้วนเป็นของธรรมดาที่ยังไม่เปิดปัญญา ไหนเลยจะมีโอกาสได้พบหญ้าวิญญาณที่เปิดจิตวิญญาณแล้วเช่นนี้ ซึ่งนับเป็นสิ่งหายากยิ่ง
เมื่อจู่ ๆ ได้ยินหญ้าวิญญาณในมือไป๋อิงเอ่ยวาจาเป็นภาษามนุษย์ ดวงตาของทุกคนก็เบิกกว้างราวกับระฆังทองแดง แววตาเปล่งประกายเจิดจ้า ประหนึ่งได้พบสมบัติล้ำค่าหายาก
“หญ้าวิญญาณต้นนี้คงอยู่ในระดับเซียนแล้ว! พวกเจ้าระวังตอนโจมตี อย่าให้หญ้าวิญญาณเสียหาย รีบชิงมันมาเสียก่อนดีกว่า” ผู้หนึ่งอดกลั้นความตื่นเต้นในใจไม่ไหว จึงตะโกนขึ้นเป็นคนแรก เสียงสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
“แต่หญ้าวิญญาณมีอยู่เพียงต้นเดียว ตกลงกันก่อนเถิดว่าจะแบ่งกันอย่างไร?” ผู้บำเพ็ญอีกคนขมวดคิ้วแน่น แม้แววตาจะเต็มไปด้วยความโลภ แต่ก็แฝงความกังวลว่าจะถูกแบ่งส่วนอย่างไม่เป็นธรรมอยู่เล็กน้อย
“ดอกของหญ้าวิญญาณเป็นของข้า ส่วนพวกเจ้าก็แบ่งใบไปคนละใบ” ผู้บำเพ็ญร่างกำยำใบหน้าเต็มไปด้วยเนื้อกล่าวอย่างวางอำนาจ แววตาโลภโมโทสันของเขาไม่ปิดบังแม้แต่น้อย ราวกับหญ้าวิญญาณต้นนั้นตกเป็นของเขาแล้ว
