ไป๋อิงคร้านจะใส่ใจการแสดงจอมปลอมนั่น จึงหันหลังคิดจากไป
ต้วนซิวหย่วนก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวอย่างกะทันหัน ก่อนจะกดเสียงต่ำเอ่ยว่า “ชิงไต้ ตอนนี้เจ้าสำนึกเสียใจยังทัน”
เขาจงใจปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยน ทว่าในดวงตากลับมีแววเจ้าเล่ห์วูบผ่าน “ขอเพียงเจ้ายอมรับผิด ข้าอาจพิจารณาให้เจ้าเข้าตระกูลต้วนได้... ข้ายังมีน้องชายอีกคน เจ้าอาจ...”
เขาจงใจพูดอย่างคลุมเครือ ทั้งเพื่อรักษาหน้าต่อหน้าเซี่ยอวี่เวย และเพื่อซ่อนความคิดสกปรกไว้เบื้องหลัง
“น้องชาย” ที่ว่านั้นแท้จริงเป็นคนปัญญาอ่อน ขอเพียงเซี่ยชิงไต้เข้าตระกูลต้วนแล้ว นางจะไม่ตกอยู่ในกำมือเขาหรือ?
ยิ่งต้วนซิวหย่วนคิดก็ยิ่งเห็นว่าแผนนี้ยอดเยี่ยม มุมปากจึงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์โดยไม่รู้ตัว
ช่างน่าขันนัก เมื่อก่อนเขาเมินเฉยต่อเซี่ยชิงไต้ ทว่าบัดนี้พอเห็นนางได้รับความชื่นชมจากผู้คน กลับเกิดความรู้สึกอยากครอบครองขึ้นมา
โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่านางแต่งกายงดงามหมดจดขึ้นทุกที ทุกอิริยาบถล้วนแฝงเสน่ห์อันยากบรรยาย ก็ยิ่งทำให้ไฟในอกเขาลุกโชน
ทั้งที่ครั้งหนึ่งนางเคยเป็นบุตรีที่ถูกทอดทิ้ง ปล่อยให้เขาเลือกได้ตามใจ อีกทั้งยังตอบตกลงจะแต่งให้เขาด้วยซ้ำ
ทว่าต้วนซิวหย่วนไม่รู้เลยว่า ก่อนหน้านี้เซี่ยชิงไต้ยอมแต่งให้เขาเพราะต้องการหนีออกจากตระกูลเซี่ยอย่างเร่งด่วน และต้วนซิวหย่วนก็ปฏิบัติต่อนางไม่เลวนัก หากนางยังมีชีวิตอยู่และได้เห็นธาตุแท้ของต้วนซิวหย่วน นางย่อมไม่มีวันคิดแต่งให้เขาอีก
ไป๋อิงชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับมา ต้วนซิวหย่วนเห็นดังนั้นก็ยินดี คิดว่านางเริ่มหวั่นไหวแล้ว ทว่าเขากลับเห็นนางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “ตระกูลต้วนของพวกเจ้าคู่ควรหรือ?”
