“พรวด!”
เสียงเบา ๆ ดังขึ้น ราวกับคมมีดกรีดผ่านผืนแพร ร่างของผู้บำเพ็ญชุดแดงยังคงอยู่ในท่าพุ่งไปข้างหน้า ทว่ากลับแข็งค้างอยู่กับที่ราวกับถูกคาถาตรึงกาย
ระหว่างคิ้วมีรูเลือดเล็ก ๆ หยดโลหิตสีแดงสดค่อย ๆ ซึมออกมา
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ภายในม่านตายังสะท้อนแสงสีทองสายหนึ่ง ริมฝีปากสั่นระริก ราวกับคิดจะเอ่ยบางสิ่ง ทว่าสิ่งที่พ่นออกมากลับมีเพียงโลหิต
หัวเข่าอ่อนยวบ ร่างทั้งร่างล้มลงกับพื้นสนั่นหวั่นไหวราวกับหุ่นเชิดที่สายขาด
“ตึง!”
ร่างหนักอึ้งกระแทกพื้น ฝุ่นคลุ้งขึ้นเป็นวง
นิ้วมือผอมแห้งของเขายังคงอยู่ในท่าร่ายคาถา เปลวไฟที่ปลายนิ้วยังมอดดับไม่สนิท วูบไหวริบหรี่ตามแรงลม
ชั่วพริบตา สนามรบทั้งผืนก็จมสู่ความเงียบงันราวกับไร้ชีวิต
ผู้บำเพ็ญทุกคนเบิกตากว้าง ใบหน้าเปี่ยมด้วยความไม่อยากเชื่อ
อากาศอบอวลด้วยความอึดอัดประหลาด แม้แต่เสียงลมก็คล้ายหยุดนิ่งไปด้วย
“นี่...นี่เป็นไปได้อย่างไร!” ในที่สุดผู้บำเพ็ญชุดเขียวคนหนึ่งก็ทำลายความเงียบ เสียงสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
เขาไม่กล้าเชื่อสิ่งที่เห็น เด็กสาวอายุน้อยเพียงนี้กลับสังหารผู้บำเพ็ญชุดแดงได้ในกระบวนท่าเดียวอย่างนั้นหรือ?
นั่นคือยอดฝีมือขั้นทารกแรกกำเนิดเชียวนะ!
เรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ฝ่ายสำนักเสวียนเทียนกลับระเบิดเสียงโห่ร้องกึกก้องสะเทือนฟ้า
“สมกับเป็นเซียนไป๋จริง ๆ”
“เซียนไป๋เก่งกาจยิ่งนัก!”
เว่ยจี้ตื่นเต้นจนตัวสั่น เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน “บารมีเซียนไป๋เกรียงไกร!” เขากำหมัดโบกไปมา ใบหน้าเปี่ยมทั้งความตื่นเต้นและคลั่งไคล้
ผู้บำเพ็ญจากสำนักอื่นสบตากัน ก่อนถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยพร้อมเพรียง
