บรรพชนตระกูลฮวาก้าวเซถอยหลัง ก่อนจะหันขวับมามองไป๋อิงด้วยสีหน้าสิ้นหวัง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่ยินยอม เขาตะโกนแทบเป็นเสียงคำรามว่า “เหตุใด? ค่ายกลนี้ข้าวางไว้ด้วยมือตนเองแท้ ๆ! แล้วข้าจะออกไปไม่ได้ได้อย่างไร?”
เขารู้ว่าชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่ถึงต้องตายก็ไม่อาจตายอย่างไร้เหตุผล ต้องรู้ให้กระจ่างเสียก่อน
อาภรณ์ขาวของไป๋อิงสะบัดส่งเสียงดังอยู่กลางสายลม ร่างงามยืนตระหง่านอย่างหยิ่งผยอง ลมคลั่งพัดเส้นผมของนางปลิวไสวอย่างอิสระ ยิ่งขับให้นางดูโดดเด่นโอหัง
สีหน้าของนางสงบนิ่ง เพียงเอ่ยเสียงเรียบ แม้เสียงไม่ดังนัก แต่กลับกังวานชัดเจนดุจระฆังใหญ่ ส่งไปถึงหูทุกคน “เจ้าวางค่ายกลได้ แล้วข้าจะเปลี่ยนค่ายกลของเจ้าไม่ได้หรือ? ในเมื่อเจ้าคิดจะใช้ค่ายกลขังข้าให้ตาย ก็จงเตรียมใจไว้ด้วยว่าจะถูกขังเสียเอง”
น้ำเสียงนั้นไร้แววโอ้อวดหรือภาคภูมิใจแม้แต่น้อย ทว่ากลับหนักแน่นจนไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้
วาจาของนางทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง
“นางถึงกับเปลี่ยนค่ายกลที่บรรพชนตระกูลฮวาวางไว้ได้อย่างง่ายดายเชียวหรือ?” ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลไป๋จ้องไป๋อิงอย่างเหม่อลอย อ้าปากค้าง พึมพำด้วยความตกตะลึง เขาเสียใจจนแทบหลั่งน้ำตา
“เช่นนั้นมิได้หมายความว่าความเชี่ยวชาญด้านค่ายกลของนางเหนือกว่าผู้แข็งแกร่งขั้นแปรเทพอย่างบรรพชนตระกูลฮวาหรอกหรือ?
