ไป๋อิงค่อย ๆ ลุกขึ้น ก่อนจะเลิกเสแสร้งปกปิดตัวตน
จากนั้นนางก็เห็นผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพกลุ่มใหญ่ ล้อมนางไว้อีกครั้ง
ไป๋อิงยืนมั่น สีหน้าประดับรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตากวาดมองคนทั้งกลุ่มที่ล้อมนางไว้ราวกับคมดาบ แล้วกล่าวทีละคำว่า “พวกเจ้ายังกล้าตามมาอีก ช่างไม่เห็นความเป็นความตายอยู่ในสายตาจริง ๆ อย่างนั้นหรือ? อะไร? ไม่กลัวว่าข้าจะใช้วิชาลับอีกครั้งหรือ?”
สุ้มเสียงของนางใสกังวาน ทว่ากลับแฝงไอเย็นเยียบเสียดกระดูก ก้องสะท้อนอยู่ในมิติอันอึดอัดนี้อย่างแผ่วเบา
กล่าวจบ ไป๋อิงมิได้ถอยหนีแม้แต่น้อย กลับยืดกายตรง ก้าวอย่างมั่นคงมุ่งหน้าไปหาคนเหล่านั้น ทุกย่างก้าวประหนึ่งเหยียบย่ำลงบนหัวใจของพวกเขา
รอบกายแผ่กลิ่นอายเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ราวกับศัตรูที่ดุร้ายดั่งหมาป่าและพยัคฆ์ตรงหน้า เป็นเพียงมดปลวกไร้ความสำคัญ
แม้ผู้บำเพ็ญกลุ่มนี้จะอาศัยจำนวนคนเข้าล้อมไป๋อิงจนไร้ช่องว่าง แต่ลึกลงไปในใจ พวกเขายังคงมีความหวาดกลัวจากวิชาลับอันน่าสะพรึงกลัวของนางก่อนหน้านี้ ความหวาดหวั่นนั้นเกาะติดดั่งหนอนชอนไชกระดูก มิอาจสลัดทิ้ง
ยามนี้เมื่อได้ยินคำพูดข่มขวัญของไป๋อิง ฝูงชนก็พลันเกิดความโกลาหลเล็กน้อย หลายคนถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว แววตาเปี่ยมด้วยความหวาดกลัวและระแวดระวัง พวกเขาจ้องทุกอิริยาบถของไป๋อิงเขม็ง เกรงว่าหากพลาดพลั้งเพียงนิดจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของวิชาลับนาง ราวกับไป๋อิงอาจลงมืออย่างฉับพลันได้ทุกเมื่อ แล้วลากพวกเขาลงสู่ห้วงเหวไร้สิ้นสุด
