เซี่ยอวี่เวยหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก “เจ้า...เป็นไปได้อย่างไร...”
ส่วนเผยชิงเฟิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่เอ่ยปากมาตลอด กลับมองไป๋อิงอย่างสนอกสนใจ
ต้วนซิวหย่วนดิ้นรนลุกขึ้นมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเคียดแค้น “เจ้า...ใช้วิชามารอะไร?!”
ไป๋อิงคร้านจะอธิบาย เพียงกล่าวเสียงเย็นว่า “ไสหัวไป”
แค่คำเดียวกลับกระแทกใจทุกคนราวกับค้อนหนักหน่วง เด็กหนุ่มหญิงสาวที่เมื่อครู่ยังวางอำนาจบาตรใหญ่ต่างพากันเงียบกริบด้วยความหวาดหวั่น
ไม่มีใครเห็นชัดว่าไป๋อิงลงมืออย่างไร
ดวงตาของเซี่ยอวี่เวยเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เซี่ยชิงไต้ไม่ใช่คนไร้ความสามารถที่มีพรสวรรค์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินหรอกหรือ?
นางทำได้อย่างไรกัน!
เป็นไปได้อย่างไร!
ใบหน้าของต้วนซิวหย่วนเขียวคล้ำ ทว่าไม่กล้าเข้าไปหาอีก ทำได้เพียงกัดฟันเก็บกระบี่ขึ้นมา
ทันใดนั้น เสียงตวาดกร้าวดุจอสนีก็ระเบิดขึ้น “บังอาจ! พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน?!”
ทุกคนหันขวับกลับไปอย่างตื่นตระหนก เห็นท่านเซียนเหินเวหามา ชายแขนเสื้อพลิ้วสะบัด ก่อนจะมาถึงริมธารวิญญาณในพริบตา
ต้วนซิวหย่วนกำลังล้มลุกคลุกคลานอยู่ตรงขอบธารวิญญาณ ห่างอีกเพียงนิดก็จะตกลงไป ทำเอาท่านเซียนหน้าถอดสีทันที
ธารวิญญาณล้ำค่าเพียงใด จะปล่อยให้สิ่งสามัญอันสกปรกมาแปดเปื้อนได้อย่างไร?
“ท่านเซียน!” แววตาเซี่ยอวี่เวยวูบไหว นางรีบก้าวออกมาแล้วยอบกายคำนับ “เป็นเพราะพี่สาวดึงดันจะประลองกับคุณชายต้วน พวกเราเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็...”
