“นางเอง!”
หวังชิวฉืออดพึมพำออกมาไม่ได้
“แต่ต่อให้นางโผล่มาตอนนี้ แล้วยืนขวางอยู่เบื้องหน้าฝูงชน จะมีประโยชน์อันใด? สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดีมิใช่หรือ?”
หวังชิวฉือเผยรอยยิ้มขมขื่น เขานึกว่าไป๋อิงจะหนีไปเสียอีก ไม่คิดเลยว่านางจะหลงคิดว่าตนสามารถต่อกรกับมังกรฉือหลงเหล่านั้นได้
กลุ่มคนทางฝั่งไป๋ตี๋เองก็สังเกตเห็นร่างนั้นอย่างชัดเจน
ผู้บำเพ็ญหลายคนมีสีหน้าฉงนปนดูแคลน แววตาพินิจพิเคราะห์และเยาะหยันจับจ้องไปยังทิศทางของไป๋อิง คนหนึ่งเบ้ปากพลางหัวเราะเยาะ “นางเป็นใครกัน? ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียจริง เห็นมังกรฉือหลงแล้วยังไม่หนี กลับคิดจะปะทะซึ่งหน้า ไม่รักชีวิตเอาเสียเลย”
อีกคนกอดอกส่ายหน้า ถอนหายใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “คงเป็นคนหัวรั้นที่เพิ่งเริ่มบำเพ็ญ ยังไม่รู้ว่ามังกรฉือหลงร้ายกาจเพียงใดกระมัง มังกรฉือหลงเหล่านี้มิใช่มังกรเจียวทั่วไปจะเทียบได้ ตรงหน้านางมีไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่มีเป็นสิบกว่าตัว ด้วยฝีมือแค่นั้นของนาง อีกเดี๋ยวคงถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ จนไม่เหลือแม้แต่กระดูก”
“เฮ้อ น่าสงสารจริง ๆ คราวนี้นางคงต้องมาตายที่นี่แน่ พวกเราเพิ่งลำบากลำบนสลัดมังกรฉือหลงตัวหนึ่งมาได้ แต่นางกลับต้องเผชิญหน้ากับพวกมันมากมายเพียงลำพัง จุดจบย่อมคาดเดาได้ไม่ยาก”
