“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ไป๋ตี๋เบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากเชื่อ ขณะเดียวกันนางก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปโดยไม่รู้ตัว แล้วออกแรงกดตันเถียนของตนไว้แน่นสุดกำลัง ราวกับจะหยุดยั้งความเจ็บปวดไม่ให้แผ่ลาม ทว่าความเจ็บปวดกลับไม่บรรเทาลงแม้แต่น้อย ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวเหยเกจากความปวดแสนสาหัสจนแทบดูไม่เป็นคน เครื่องหน้าราวกับเบียดรวมกัน เหงื่อเย็นเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผากไม่หยุด ก่อนจะไหลอาบแก้มลงมา
ไป๋ตี๋รู้สึกราวกับรากวิญญาณในร่างถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นกำไว้ แล้วบีบทำลายทีละนิ้ว เศษรากวิญญาณที่แตกกระจายพุ่งชนไปทั่วร่าง ทุกครั้งที่ความเจ็บแปลบแล่นผ่านก็ราวกับกำลังเฉือนเนื้อหนังทุกส่วนในกายของนาง
“อ๊า!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากลำคอของไป๋ตี๋ เปี่ยมด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวด กรีดผ่านความเงียบสงัดไปทั่วฟ้า
ไป๋อิงกำลังบีบทำลายรากวิญญาณของนางทีละน้อย!
ไป๋ตี๋ทนต่อความทรมานประหนึ่งตกอยู่ในขุมนรกไม่ไหวอีกต่อไป ร่างของนางกลิ้งเกลือกไปบนพื้นอย่างบ้าคลั่งโดยไม่อาจควบคุม มือทั้งสองกวัดแกว่งสะเปะสะปะ นางดูราวกับสัตว์ร้ายบาดเจ็บที่กำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
ไป๋อิงเห็นสภาพน่าเวทนาของไป๋ตี๋อยู่ด้านข้าง เพลิงโทสะในใจพลันลุกโชนถึงขีดสุด ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับกระทิงคลุ้มคลั่ง ก่อนตวาดใส่ไป๋อิงอย่างเดือดดาลว่า “ไป๋อิง เจ้ากล้าหรือ!”
