หลังสังหารเยี่ยเยี่ยนจิน ไป๋อิงไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย นางกลับบังคับกระบี่ปี้อวิ๋นให้พุ่งเข้าโจมตีไปยังทิศทางที่มือยักษ์อยู่
ไม่เพียงไม่ถอยหนี นางยังเร็วยิ่งกว่าก่อนหน้าเสียอีก
มือยักษ์โกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุด ราวกับต้องการบดขยี้ทุกสรรพสิ่งในโลกให้แหลกคามือ มันแผ่พลังอันเกรียงไกรดุจขุนเขาถล่มทะเลคลั่ง ฟาดใส่ไป๋อิงครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไร้ปรานี ทุกครั้งที่ฟาดลงมา ล้วนแฝงพลังมหาศาลจนมวลอากาศรอบข้างสั่นสะเทือนครืนครั่น ราวกับแม้แต่มิติก็จะแหลกสลายภายใต้พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้
ดวงตาทั้งสองของไป๋อิงหรี่ลงทันใด ร่างของนางรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้า จนแทบเกิดเป็นเงาติดตาในอากาศ
ทว่าพลังอันมหาศาลที่แฝงอยู่ในมือยักษ์นั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป แม้ไป๋อิงจะหลบหลีกด้วยความเร็วสูงสุด ก็ยังถูกคลื่นพลังที่แผ่กระจายออกมาซัดกระทบ มุมปากของนางมีโลหิตไหลซึมทันที สีแดงสดแผ่ซ่านบนริมฝีปากซีดขาว ราวกับถูกพลังทำลายฟ้าดินจากมือยักษ์กระแทกจนบาดเจ็บอย่างหนัก
เมื่อมือยักษ์เห็นไป๋อิงตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ จิตสังหารในใจก็พลุ่งพล่านบ้าคลั่ง ความคิดที่จะสังหารนางให้สิ้นซากในยามนี้พุ่งถึงขีดสุด
มันแผดพลังดุร้ายราวกับมาจากหุบเหวนรก โจมตีไปยังทิศทางที่ไป๋อิงอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไร้เมตตา ทุกการโจมตีมาพร้อมเสียงลมหวีดหวิวประหนึ่งเสียงกรีดร้องของยมทูต ราวกับต้องการบดขยี้มิติที่ไป๋อิงยืนอยู่ให้แหลกละเอียด ไม่เปิดโอกาสให้นางหลบหนี
เมื่อหวังเมี่ยวเมี่ยวเห็นเช่นนั้น ก็ร้อนใจจนต้องใช้ญาณสื่อสารกับไป๋อิงจากภายในถุงเก็บของของนาง “ไป๋อิง รีบหนีไปเถิด! อย่าเสียเวลารับมือกับมือนั่นอีกเลย อย่างไรเขาก็เป็นยอดฝีมือขั้นแปรเทพ”
