ไป๋ตี๋อัดอั้นด้วยความคับแค้น จ้องเขม็งไปยังทิศทางที่ไป๋อิงจากไป กำหมัดแน่นแล้วทุ่มแรงทั้งหมดทุบพื้นอย่างรุนแรง
ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยโทสะ เครื่องหน้าขมวดมุ่นเข้าหากัน แค้นจนแทบอยากจับไป๋อิงกลืนลงท้องทั้งเป็น
ในตอนนั้นเอง คนข้างกายเอ่ยกับนางว่า
“เสี่ยวตี๋ ที่นี่มีผู้ยิ่งใหญ่มารวมตัวกันมากมาย นี่เป็นโอกาสอันหาได้ยากในรอบพันปี พวกเราต้องรีบไปผูกไมตรีกับพวกเขาสักหน่อย”
เหล่าผู้บำเพ็ญหลายคนที่อยู่ข้างไป๋ตี๋เองก็ได้สติจากความหวาดหวั่นเมื่อครู่
แววตาของพวกเขาเปล่งประกายตื่นเต้น
ในเมืองชิงเหยียนเล็ก ๆ นั่น แต่ละวันพวกเขาได้พบก็เพียงผู้บำเพ็ญที่มีระดับฝึกตนธรรมดาสามัญ แล้วจะมีโอกาสได้อยู่ร่วมสถานที่กับผู้ยิ่งใหญ่จำนวนมากเช่นนี้ได้อย่างไร?
สำหรับพวกเขา โอกาสเช่นนี้เปรียบเสมือนบันไดชั้นเลิศที่จะพาก้าวสู่ฟ้าในคราวเดียว
ขณะพูด พวกเขาก็รีบยื่นมือมาคนละข้าง คว้าแขนไป๋ตี๋ไว้ พยายามพยุงนางให้ลุกขึ้น
ยามอยู่เมืองชิงเหยียน ไป๋ตี๋อาศัยความเร็วในการฝึกตนอันน่าตื่นตะลึง กลายเป็นจุดสนใจของผู้คน
สำนักใหญ่ทั้งหลายต่างยื่นไมตรีให้นาง พยายามดึงตัวนางอย่างสุดกำลัง เมื่อเวลาผ่านไป ไป๋ตี๋ก็เคยชินกับการเป็นที่ยกย่องของผู้คน ความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่นจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
ยามนี้ไป๋ตี๋สูดหายใจลึก แล้วปรับสภาพตนเองอย่างรวดเร็ว พวกเขาพูดถูก ที่นี่มีผู้ยิ่งใหญ่ตั้งมากมาย ไม่แน่ว่าหลังจากก้าวข้ามขั้นแล้ว คนใดคนหนึ่งอาจกลายเป็นผู้บำเพ็ญขั้นหลอมรวมกายเช่นผู้อาวุโสคนนั้นก็ได้
