สามวันก่อน ณ แท่นบัญชาการใหญ่ของสำนักหมื่นพิษ
แมงป่องชาดเล่นหยอกกับคางคกพิษหยกเขียวในมือ สายตาอำมหิตกวาดมองฮูหยินเซี่ยไปมา
โคมหนังมนุษย์สิบสองดวงภายในตำหนักแกว่งไกวแผ่วเบาอยู่บนขื่อ แสงโคมฉายใบหน้าซีดขาวของฮูหยินเซี่ยให้วูบไหวสว่างมืด
“ฮูหยินเซี่ย” แมงป่องชาดพลันกำมือทั้งห้า คางคกพิษหยกเขียวแตกละเอียดในอุ้งมือ น้ำสีเขียวไหลหยดลงตามง่ามนิ้วสู่พื้น ส่งเสียงกัดกร่อนดังซู่ ๆ “พวกเราสืบพบว่าสายเลือดของตระกูลเซี่ยมีบางอย่าง...พิเศษอยู่”
เขาค่อย ๆ เช็ดนิ้วมือ “ข้าต้องการเจาะเลือดจากตัวท่านสักหน่อย แต่ท่านต้องให้ความร่วมมือ...”
ฮูหยินเซี่ยยืนอยู่กลางตำหนัก นิ้วเรียวขยำแขนเสื้อแน่นโดยไม่รู้ตัว
“หากฮูหยินยอมให้ความร่วมมือในการศึกษา” แมงป่องชาดเลียริมฝีปาก เผยเขี้ยวแหลมคม “ข้าก็อาจละเว้นคนอื่น ๆ ในตระกูลของท่านได้...” เขาจงใจลากเสียงยาว สายตากวาดไปยังสมาชิกตระกูลเซี่ยหลายคนที่ตัวสั่นงันงกอยู่ตรงมุมตำหนัก
เดิมทีแมงป่องชาดเตรียมวิธีทรมานไว้นับสิบชนิด ถึงกับจงใจวางเครื่องมือทรมานสารพัดไว้ตรงมุมตำหนัก
เขารู้ดีว่าผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ในครอบครัวที่สุด โดยเฉพาะฮูหยินเซี่ยผู้เลื่องชื่อเรื่องความอ่อนโยนและมีคุณธรรมผู้นี้ เขาคิดแผนข่มขู่และล่อลวงไว้นับไม่ถ้วนในหัว—เริ่มจากใช้บิดามารดาของนางเป็นเครื่องข่มขู่ แล้วค่อยใช้ชีวิตคนทั้งตระกูลเซี่ยเป็นข้อต่อรอง...
ทว่าแผนการทั้งหมดพังทลายลงทันทีที่ฮูหยินเซี่ยเอ่ยปาก
“ไม่ต้องพูดแล้ว”
