พลังแห่งการฟื้นฟูที่แฝงอยู่ในจี้หยกกลับแข็งแกร่งกว่าพลังบนหญ้าวิญญาณที่ไป๋อิงเก็บมาได้ในสระหยั่งมรรคก่อนหน้านี้มากนัก
ไป๋อิงมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ ดวงตาพลันฉายแววยินดีขึ้นมาวูบหนึ่ง
ดูท่าว่าจี้หยกที่นางเก็บได้ในค่ายกลสังหารจะเป็นวัตถุดิบสำหรับยกระดับจี้หยกชิ้นนี้ของนาง
แต่ถึงนางจะมีชีวิตมาถึงสองชาติภพ ก็ไม่เคยเห็นวัตถุดิบเช่นนี้มาก่อน
หากหามาได้อีก ไม่รู้เลยว่าจี้หยกชิ้นนี้จะยกระดับไปเป็นเช่นไร
ไป๋อิงวางจี้หยกลงบนฝ่ามือแล้วพินิจดูอีกครั้ง เมื่อเทียบกับพลังชีวิตอันน่าพิศวงที่เคยสัมผัสก่อนหน้าแล้ว พลังแห่งการฟื้นฟูกลับเด่นชัดยิ่งกว่า
นางพลิกมือขวา เปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้มพลันลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือ นี่คือเพลิงหยินสุดขั้วอันเลื่องชื่อ เพียงเศษเสี้ยวของเปลวเพลิงนี้ก็สามารถทำให้ยอดฝีมือขั้นทารกแรกกำเนิดกลายเป็นผุยผงได้ในพริบตา ต่อให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ขั้นแปรเทพก็ยังไม่กล้าประมาทเพลิงท้าทายสวรรค์เช่นนี้ รับมือได้ยากยิ่ง
ทว่าเพลิงนี้ในมือไป๋อิงกลับมอดลงไปเกือบครึ่ง แสงของมันหม่นลงกว่าตอนแรกที่พบเห็นมาก นางอดเสียดายอยู่ในใจไม่ได้ พลางคิดเงียบ ๆ ว่าหากเปลวเพลิงยังลุกโชนรุนแรงเหมือนแรกเริ่ม บางทีอาจทำให้ยอดฝีมือขั้นแปรเทพต้องถอยหนีด้วยความหวาดหวั่นได้จริง ๆ
ความคิดนั้นผุดขึ้นเพียงชั่ววูบ ไป๋อิงก็กัดริมฝีปากล่างเบา ๆ นางสูดหายใจลึก ก่อนค่อย ๆ ดึงพลังฟื้นฟูสายหนึ่งที่แทบมองไม่เห็นออกมาจากจี้หยก ราวกับสาวเส้นใยออกจากใยไหม แล้วส่งไปยังเปลวเพลิงสีน้ำเงินที่ริบหรี่ดวงนั้นอย่างแผ่วเบา
