ยามนี้ ผู้เปิดโปงไหนเลยจะยังสนใจมิตรภาพที่ว่ากับไป๋ตี๋อีก เมื่อสัญชาตญาณเอาตัวรอดเข้าครอบงำ เขาก็พรั่งพรูทุกเรื่องชั่วช้าที่ไป๋ตี๋สั่งให้เขาทำออกมาราวกับเขื่อนแตก ไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
“ไป๋ตี๋คิดว่าเจ้าถูกผู้บำเพ็ญขั้นหลอมรวมกายสังหารแล้ว นางมั่นใจว่าเจ้าตายไปแล้ว ต่อให้พวกเรากุเรื่องใดขึ้นมา เจ้าก็ไม่มีทางฟื้นคืนชีพมาแก้ต่างได้!
นางยังบอกอีกว่า ศิษย์ร่วมสำนักของเจ้าอาจออกมาช่วยชี้แจงความจริง แต่มีข้อหนึ่งที่ทำได้ นั่นคือเพราะเจ้าเป็นสตรี จึงแต่งข่าวลือเสื่อมเสียเช่นนั้นขึ้นมาได้ ขอเพียงกล่าวหาว่าเจ้ามีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับผู้บำเพ็ญขั้นหลอมรวมกาย เป็นกระถางหลอมปราณที่เขาใช้บำเพ็ญเพียร เช่นนี้ความดีความชอบทั้งหมดในอดีตของเจ้า ก็จะถูกฝูงชนเชื่อว่าเป็นผลจากการช่วยเหลือลับ ๆ ของผู้บำเพ็ญขั้นหลอมรวมกายผู้นั้น!”
คำพูดของชายผู้นี้ราวกับระเบิดลูกใหญ่ ปะทุคลื่นโหมกระหน่ำขึ้นกลางฝูงชนในพริบตา
สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็นึกไม่ถึงว่าไป๋ตี๋ ผู้ดูอ่อนโยนน่ารักในยามปกติ จะเอ่ยวาจาอำมหิตชั่วร้ายเช่นนี้ออกมาได้
นางเป็นสตรีแท้ ๆ เหตุใดจึงใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้กับไป๋อิงซึ่งเป็นสตรีเหมือนกัน? ช่างน่ารังเกียจจนแทบทนไม่ได้
มุมปากไป๋อิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา แววตาคมกริบราวคมดาบจับจ้องผู้เปิดโปงไม่วางตา ก่อนเอ่ยต่อว่า
“แล้วตอนที่ข้าอยู่ตระกูลไป๋ ข้าเคยทำร้ายไป๋ตี๋หรือไม่? ก่อนหน้านี้เจ้ายังยืนยันหนักแน่นว่าข้าอิจฉาพรสวรรค์ของไป๋ตี๋ที่เหนือกว่าข้า จึงคิดแย่งรากวิญญาณของนางมาเป็นของตน”
